











 |
กลยุทธ์การดำเนินงานของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
นับตั้งแต่การจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 6 ปี สนช. ได้วางกรอบภารกิจหลักในการสร้างความตื่นตัวและสร้างบรรยากาศนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในประเทศ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานด้านนวัตกรรมทั้งในระดับภาคการผลิต ภาคการเกษตร และภาคบริการ รวมทั้งพิจารณาทบทวนแผนการดำเนินงานที่วางไว้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด และได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในแต่ละปี ดังนี้
พ.ศ. 2547 เป็นปีแห่งการสร้างระบบการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม
พ.ศ. 2548 เป็นปีแห่งการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม
พ.ศ. 2549 เป็นปีแห่งการสร้างหุ้นส่วนและเครือข่ายนวัตกรรม
พ.ศ. 2550 เป็นปีแห่งการสร้างระบบนวัตกรรม
พ.ศ. 2551 เป็นปีแห่งการร่วมรังสรรค์นวัตกรรม
พ.ศ. 2552 เป็นปีแห่งการพัฒนานวัตกรรมระบบเปิด (Open Innovation)
สนช. ตระหนักเป็นอย่างดีว่า นวัตกรรมเป็นผลรวมขององค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ คือ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้ประกอบการ (Innovation = ∑ (Creativity + Entrepreneurship) ซึ่งหมายความว่า ผู้ประกอบการคือหัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนานวัตกรรม เพราะตัวผู้ประกอบการนั่นเองที่เป็นทั้งต้นกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นผู้ที่ลงมือดำเนินการเพื่อนำไปสู่กระบวนการรังสรรค์นวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง หากผู้ประกอบการจำนวนมากในอุตสาหกรรมเดียวกันต่างพัฒนานวัตกรรมไปพร้อมกัน ก็ย่อมจะส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมนั้น ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นห่วงโซ่มูลค่าที่มีแรงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างมีพลัง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมจึงเป็นแผนการดำเนินงานหนึ่งที่ สนช. ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
สนช. ได้มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของตนเองไปสู่องค์กรเพื่อการสนับสนุนธุรกิจอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ สนช.ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดการสร้างระบบการสนับสนุนภาคเอกชนที่เหมาะสม การสร้างความตื่นตัวของการพัฒนานวัตกรรมสำหรับประเทศไทย รวมถึงมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติที่ยั่งยืน ดังนั้นเพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม กลยุทธ์การดำเนินงานของ สนช. จึงประกอบด้วย 3 แผนหลัก 6 แผนงาน ได้แก่
1. แผนยกระดับนวัตกรรม ประกอบด้วย 2 แผนงาน ได้แก่ แผนงานที่ 1 การพัฒนาโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Innovation Programme) ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ (new wave industry) เพื่ออนาคต ประกอบด้วย อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics Industry) และธุรกิจเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Business) แผนงานที่ 2 การพัฒนาโครงการนวัตกรรมรายอุตสาหกรรม (Sectoral-Industry Innovation Programme) โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจชีวภาพ (Bio-Business) กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ (Eco-Industry) และกลุ่มการออกแบบและการแก้ไขปัญหา (Design & Solutions)
2. แผนส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม ประกอบด้วย 2 แผนงาน คือ แผนงานที่ 3 การพัฒนาความใฝ่รู้ ได้แก่ การฝึกอบรมสัมมนาและหลักสูตรการจัดการนวัตกรรมในมหาวิทยาลัยต่างๆ และแผนงานที่ 4 การส่งเสริมความสำเร็จด้านนวัตกรรม เช่น รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ และรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย เป็นต้น ซึ่งแผนส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมนี้จะเป็นการสร้างทุนทางสังคม (social capital) โดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง เพราะการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมให้แพร่หลาย จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวทั้งในภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยฐานความรู้ เพื่อปรับตัวไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานของนวัตกรรม
3. แผนสร้างองค์กรและระบบนวัตกรรม ประกอบด้วย 2 แผนงาน คือ แผนงานที่ 5 การพัฒนาองค์กรนวัตกรรม และแผนงานที่ 6 นโยบายและระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ ระบบบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการก่อสร้าง "อุทยานนวัตกรรม (Innovation Park)" ซึ่งแผนงานพัฒนาองค์กรนวัตกรรมจะประกอบด้วยระบบการบริหารสำนักงาน ซึ่งจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งภายใน สนช. เองในการเป็นองค์กรนำเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในเชิงระบบ
แผนกลยุทธ์ดังกล่าวพบว่าแผนทุกแผนจะมีส่วนสนับสนุนซึ่งกันและกันและมีความสอดคล้องกัน โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนและพัฒนาโครงการนวัตกรรม การส่งเสริมความรู้และความตื่นตัว ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งด้านนวัตกรรมของประเทศ
อุทยานนวัตกรรม
|