ความเป็นมา

   จากการกำหนดยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย 4 ยุทธศาสตร์ ซึ่งได้แก่ ยุทธศาสตร์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทน ยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และยุทธศาสตร์การปรับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค ในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2546 - 2554 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นจาก 0.5% ของพลังงานทั้งหมดในปัจจุบันหรือคิดเป็น 265 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบเป็น 8% หรือคิดเป็น 6,540 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยเป้าหมาย พ.ศ. 2554 ประเทศไทย จะมีการผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1,700 เมกกะวัตต์ ประกอบกับประเทศไทยมีแหล่งเชื้อเพลิงชีวมวลจำนวนมากที่มีศักยภาพสำหรับใช้เป็นพลังงานทดแทน แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการขนส่งเนื่องจากแหล่งกำเนิดอยู่กระจัดกระจายตามภูมิภาคต่างๆ ทำให้ต้นทุนการรวบรวมและค่าขนส่งสูง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาพลังงานทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาและนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

   การสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมหันมาใช้พลังงานทดแทนจากชีวมวล และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี ของกระทรวงพลังงาน โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการผลิตพลังงานจากชีวมวลด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น โดยให้การช่วยเหลือทางด้านการลงทุนกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อลดภาระของทางด้านการเงินของผู้ประกอบการ ดังนั้น สนช. จึงมีความประสงค์จะดำเนิน “โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน” เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และพร้อมที่จะลงทุนจัดสร้างระบบผลิตพลังงานจาก ชีวมวลด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น ยื่นข้อเสนอขอรับเงินสนับสนุน โดย สนช. จะทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่เหมาะสม