โครงการเชิดชูเกียรติและสร้างเครือข่ายนวัตกรรม
“เมธีส่งเสริมนวัตกรรม (Innovation Ambassador)”



รายนามเมธีส่งเสริมนวัตกรรมประจำปี 2548

หลักการและเหตุผล

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 เพื่อเป็นองค์กรนำในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ โดยการประสานองค์ความรู้ (connecting knowledge) และการจัดการความรู้ (knowledge management) ทั้งความรู้ด้านวิชาการ การเงินการลงทุน การผลิตและการตลาด เพื่อพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมในรูปแบบของธุรกิจใหม่ (new business model) ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ บริการใหม่หรือการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมากให้กับประเทศ อันจะเป็นตัวเร่งเร้าสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ (knowledge based economy and society) ที่สามารถก้าวเข้าไปแข่งขันในเวทีโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างรวดเร็วและมีความเข้มแข็ง

ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สนช. ได้เร่งดำเนินการสร้างระบบสนับสนุนนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้กลไกการสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการและด้านการเงิน (technical support and financial support) เพื่อเข้าร่วมรับความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคเอกชนในการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม โดยเฉพาะการต่อยอดจากผลงานวิจัยและพัฒนาของภาครัฐ ซึ่งเป็นองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการลงทุนจากงบประมาณของรัฐสูงถึงปีละ 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้กลไกสนับสนุนด้านวิชาการจะช่วยประสานความรู้จากผลงานวิจัยเพื่อยืนยันความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี ในขณะที่กลไกด้านการเงิน ทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ โครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” โครงการ “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม” และ โครงการ “ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม” จะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนและขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนทำนวัตกรรมได้อย่างกว้างขวาง เกิดการเชื่อมโยงกับงานวิจัยของภาครัฐได้อย่างบูรณาการ และมีความคุ้มค่าในการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมจากผลงานวิจัยโดยเฉพาะผลงานวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในการดำเนินการเพื่อแสวงหาและพัฒนาโครงการนวัตกรรมในระยะที่ผ่านมา ได้ใช้วิธีการประชุมสัมมนา และเข้าพบผู้ประกอบการโดยตรงจะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดย
ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมในระดับที่มีการลงทุนในเชิงพาณิชย์ แต่เนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างองค์กรและจำนวนบุคลากร ทำให้ สนช. ไม่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในเชิงกว้างได้

ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานงานของ สนช. สอดคล้องกับแผนการดำเนินงาน พ.ศ. 2548 ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมจำนวน 75 โครงการ โดยเป็นโครงการนวัตกรรมเชิง ยุทธศาสตร์ (Strategic Innovation) 25 โครงการ และโครงการนวัตกรรมเชิงความรู้ (Knowledge - Driven Innovation) 50 โครงการ สนช. จึงมีนโยบายในการสร้างเครือข่ายนวัตกรรม (Innovation Network) เพื่อดำเนินการพัฒนานวัตกรรมในเชิงรุกเข้าหาตลาดและภาคอุตสาหกรรมโดยการประสานงานและความร่วมมือกับนักวิชาการและนักวิจัยทั้งจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยในภาคเอกชน โดยการพัฒนาให้เกิดโครงการนวัตกรรมในภาคเอกชนได้อย่างแพร่หลายและสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของ สนช.

ในปี 2548 สนช. จึงได้ริเริ่มให้มีโครงการเชิดชูเกียรติ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” (Innovation Ambassador) ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการให้เกิดเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม หรือด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดยในระยะแรกจะเชิดชูเกียรติบุคลากรวิจัยและนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานวิจัย เพื่อดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำ การบริหารการจัดการความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมทั้งการประเมินศักยภาพทางด้านการตลาดและธุรกิจในกระบวนการพัฒนาโครงการนวัตกรรม เพื่อให้ได้ข้อเสนอโครงการนวัตกรรมที่มีข้อมูลครบถ้วนทั้งทางด้านเทคโนโลยี การลงทุนและแผนธุรกิจ เพื่อนำเสนอให้ สนช. พิจารณาอนุมัติให้การสนับสนุน
ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินเครือข่าย “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ที่กว้างขวาง จะนำไปสู่การก่อให้เกิด “ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ” (National Innovation System) ที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสร้างเครือข่าย “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม (Innovation Ambassador)” เพื่อให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในกระบวนการพัฒนาโครงการนวัตกรรมให้กับภาคเอกชน
  2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการไทย เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว
  3. เพื่อบูรณาการการวิจัยและพัฒนาของประเทศ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยผู้ทรงคุณวุฒิ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ให้เป็นองค์ความรู้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
  4. เพื่อเชื่อมโยงแนวทางการวิจัยและพัฒนาของประเทศให้สอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรม

คุณสมบัติของ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม”

  1. เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประวัติการทำงานร่วมกับเอกชนในด้านการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม และการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  2. เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและศักยภาพในการสื่อสารและเชื่อมโยงกับภาคเอกชนในด้านเทคโนโลยีและด้านธุรกิจ
  3. มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะศึกษาและเรียนรู้นวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลา
  4. ถ้าเป็นผู้ที่มีงานประจำจะต้องมีต้นสังกัดที่น่าเชื่อถือ และสามารถที่จะดำเนินการพัฒนาโครงการนวัตกรรมที่สอดคล้องและสนับสนุนกับหน้าที่การงานประจำ
  5. “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ที่มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาโครงการนวัตกรรม อาจได้รับการปรับเลื่อนให้เป็น “เมธีส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส” ต่อไป

ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ของ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม”

  • “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” สามารถใช้กลไกในการสนับสนุนโครงการรนวัตกรรมทั้งทางด้านวิชาการและการเงิน โดยเฉพาะกลไกการเงินทั้ง 4 รูปแบบของ สนช. ได้แก่ โครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” โครงการ “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม” และ โครงการ “ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม” เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนและขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนทำนวัตกรรม
  • การพิจารณาและงบประมาณในการพัฒนาและสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จะเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
  • เมื่อโครงการนวัตกรรมนั้นๆ ได้พัฒนาจนได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการนวัตกรรม “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” สามารถจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาโครงการนวัตกรรมนั้นๆ ได้เต็มที่ โดยได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวนตามที่ได้รับการอนุมัติในข้อเสนอโครงการนวัตกรรม

เงื่อนไขการดำเนินโครงการ

  1. “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ควรจะคิดค่าปรึกษาในแต่ละโครงการนวัตกรรมจากผู้ประกอบการตามที่ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” เห็นสมควร เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาข้อเสนอโครงการนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ เพื่อขอรับการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ต่อ สนช.
  2. “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” จะได้รับการจัดสรรเงินจากการเป็นที่ปรึกษาให้แก่ภาคเอกชนเป็นจำนวนเงิน 1 ใน 3 ส่วน สนช. และหน่วยงานต้นสังกัดของ ”เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ก็จะได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินแห่งละ 1 ใน 3 ของค่าบริการที่ปรึกษาให้แก่ภาคเอกชน
  3. “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” จะดำเนินการวิเคราะห์และเสาะหาเทคโนโลยีใหม่จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกับแสวงหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการพัฒนาและลงทุนในโครงการนวัตกรรม โดย “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” สามารถใช้กลไกการพัฒนา/สนับสนุนโครงการนวัตกรรมของ สนช. ในการดำเนินงานได้
  4. “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ควรให้คำปรึกษาหรือพัฒนาโครงการร่วมกับภาคเอกชน จนสามารถก่อเกิดโครงการใหม่/ธุรกิจใหม่ เป็นจำนวน 5-10 โครงการนวัตกรรม/ปี ทั้งนี้อาจจะได้รับการสนับสนุนจาก สนช. และ/หรือจากหน่วยงานหรือสถาบันการเงินใดๆ ก็ได้

แผนการดำเนินโครงการ

ลักษณะจำเพาะของการสนับสนุน

  1. ผู้เสนอโครงการนวัตกรรมต้องเป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน
  2. เทคโนโลยีที่ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” นำมาพัฒนาเป็นโครงการนวัตกรรมร่วมกับผู้ประกอบการ จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้มาจากผลงานวิจัยและพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ สิทธิบัตร การทำวิศวกรรมย้อนรอยหรือการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

เป้าหมายโครงการ

  1. สร้าง “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” เพื่อให้คำปรึกษาและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม ไม่ต่ำกว่า 10 ราย
  2. เกิดการลงทุนในธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมเป็นฐานการผลิต ไม่ต่ำกว่า 50 ราย
  3. มีผลงานวิจัยและพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตร ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นโครงการนวัตกรรมที่เกิดการลงทุนในเชิงพาณิชย์ อย่างต่ำ 20 โครงการ
  4. เกิดโครงการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาสู่ระดับนวัตกรรม ได้อย่างน้อย 60 ราย
  5. มีข้อเสนอโครงการนวัตกรรมที่สามารถยื่นขอรับการสนับสนุนต่อ สนช. ได้อย่างน้อย 100 ราย
  6. เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ และตราสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด
  7. เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

  1. สร้างผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการนวัตกรรม ซึ่งเรียกว่า “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” หรือ “เมธีส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส” อย่างน้อย 10 รายใน 1 ปี
  2. เพิ่มโอกาสการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยมี “เมธีส่งเสริมนวัตกรรม” ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและพัฒนาข้อเสนอโครงการนวัตกรรม
  3. ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มรายได้ จากการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มศักยภาพในการผลิต
  4. ทำให้ฐานการผลิตของประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง และสามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันกับนานาชาติภายใต้ระบบการค้าเสรีได้
  5. สร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมให้มีรายได้เพิ่ม อย่างน้อย 2 เท่า
  6. สร้างฐานทางนวัตกรรมของประเทศให้เข้มแข็ง ยกระดับความสามารถในการผลิตและการบริหารจัดการเชิงรุกให้ภาคธุรกิจ
  7. ผู้ประกอบการขยายกิจการ ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
  8. สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศและทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม
นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการโครงการเชิดชูเกียรติ ”เมธีส่งเสริมนวัตกรรม”
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
โทรศัพท์ 02–644 6000 ต่อ 107
โทรสาร 02-644 8443
Email : vichian@nia.or.th