รูปแบบและหลักเกณฑ์การสนับสนุน

โครงการนวัตกรรม เป็นการนำความรู้ การจัดการความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ หรือผลงานวิจัยมาพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ หรือบริการใหม่ที่ออกสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นโครงการนวัตกรรมจึงมีความสำคัญมากในการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ แต่เนื่องจากผลผลิตที่ได้จากการทำนวัตกรรมนั้น จะต้องเป็นสิ่งใหม่ซึ่งอาจจะใหม่ในประเทศ หรือใหม่ในโลก ทำให้ผลผลิตเหล่านั้นมีความเสี่ยงในด้านการลงทุนและการนำออกสู่ตลาด ดังนั้นภาคเอกชนจึงไม่สนใจที่จะลงทุนทำนวัตกรรม แต่ยังคงนิยมที่จะผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ หรือพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่ไม่ต้องลงทุนพัฒนาเอง

สนช. ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการทำโครงการนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ จึงได้ดำเนินการพัฒนาระบบการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความเสี่ยงของผู้ประกอบการที่ต้องการทำโครงการนวัตกรรม และเพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนได้เห็นถึงความสำคัญของ “นวัตกรรม” ทั้งนี้ สนช. ได้มีการพัฒนาระบบการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติได้อนุมัติระเบียบคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติว่าด้วยการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม พ.ศ. 2547 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2547 โดยมีลักษณะการสนับสนุนใน 2 ลักษณะ คือ

  1. การสนับสนุนด้านวิชาการ
  2. การสนับสนุนด้านการเงิน


แผนภาพแสดงรูปแบบต่างๆ ของการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม


1. การสนับสนุนด้านวิชาการ (Technical Support)

รูปแบบการสนับสนุน
การสนับสนุนด้านวิชาการเป็นการช่วยเหลือทางด้านวิชาการและการประสานงาน เพื่อนำไปสู่โครงการนวัตกรรม โดยสำนักงานจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจำนวนจริงในรูปของเงินให้เปล่า (grant) ให้แก่ผู้ที่สำนักงานว่าจ้างมาหรือเห็นชอบให้ว่าจ้างโดยผู้ขอรับการสนับสนุน ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการนวัตกรรมและความเห็นชอบของสำนักงาน
ลักษณะการสนับสนุน
เป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • การพัฒนาข้อเสนอโครงการนวัตกรรม (project proposal development) รวมทั้งการจัดทำแผนธุรกิจให้อยู่ใน
    รูปแบบที่เหมาะสม โดยอาศัยการแนะนำของที่ปรึกษาโครงการ ในช่วงก่อนการพิจารณาอนุมัติโครงการ และการติดตาม ให้คำแนะนำในช่วงหลังการอนุมัติโครงการ
  • การแสวงหาหรือการวิเคราะห์เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมนั้น
  • การศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด ทางธุรกิจ และการลงทุนของโครงการนวัตกรรม
  • การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือความรู้เฉพาะ (know-how) รวมทั้งการทดสอบหรือประเมินความเป็นไปได้ของความคิดทฤษฎีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำเอาเทคโนโลยีหรือวิธีการใหม่มาใช้ในประเทศ
  • การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้หรือทักษะความชำนาญที่จำเป็นต่อการพัฒนาหรือการนำเอานวัตกรรมมาใช้ในทางปฏิบัติ
  • การปรับเปลี่ยนกระบวนการธุรกิจหรือสร้างวัฒนธรรมองค์กร หรือระบบการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการหรือเทคโนโลยีใหม่
  • การช่วยเหลือประสานงานในขั้นตอนต่างๆ ของโครงการนวัตกรรม ซึ่งรวมทั้งการประชุมระดมสมอง การสืบค้นข้อมูลการตลาด การค้า การส่งออก การลงทุน การปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือการหาผู้ร่วมทุนในภาครัฐและเอกชน
  • การประเมินผลโครงการนวัตกรรมและเผยแพร่ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • ให้การสนับสนุนด้านวิชาการแก่บุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงานวิจัย ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับโครงการนวัตกรรม
  • ให้การสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบเงินให้เปล่า ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี
  • วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 5 ล้านบาท

2. การสนับสนุนด้านการเงิน (Financial Support)

มี 4 รูปแบบ ได้แก่

(1) โครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย”
(2) โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน”
(3) โครงการ “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม”
(4) โครงการ “ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม”

1. โครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย”

รูปแบบการสนับสนุน
โครงการ “นวัตกรรมดี...ไม่มีดอกเบี้ย” เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของการสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ในระยะเวลาหนึ่งให้แก่โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นสู่กระบวนการผลิตจริง โดยอาจเป็นโครงการที่เกิดจากการขยายผลของการสร้างต้นแบบ หรือการทดสอบนำร่องและพัฒนาออกสู่ตลาดในระยะแรก โดยสถาบันการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. จะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับโครงการนวัตกรรมที่ได้รับการประเมินความเป็นนวัตกรรมจาก สนช. ทั้งนี้การสนับสนุนดังกล่าวจะเป็นการเข้าร่วมรับความเสี่ยงและผลักดันให้ภาคเอกชนเกิดโอกาสในการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม

ลักษณะโครงการนวัตกรรม
จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นการช่วยเริ่มต้นในระยะแรกของการปฏิบัติการโครงการนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ (start-up commercial operation) ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระหว่างการทดลองใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ทดสอบกระบวนการผลิต หรือขั้นตอนที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ ซึ่งต้องมีการปรับปรุงแก้ไข (fine tune) ให้เหมาะสมต่อสภาพการทำงานจริงในระดับเต็มรูปแบบหรือในการทำธุรกิจได้ รวมทั้งการพัฒนาโอกาสทางตลาด ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหรือเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้นของการลงทุนประกอบธุรกิจนวัตกรรม
  2. เป็นโครงการนวัตกรรมที่ขยายผลจากโครงการพัฒนาต้นแบบ หรือโครงการนำร่อง เพื่อเริ่มนำไปสู่กระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรม
  3. เป็นโครงการนวัตกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตร และมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์
  4. เป็นโครงการนวัตกรรมที่เกิดจากการขยายผลของโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์
  5. เป็นโครงการนวัตกรรมที่มีโอกาสและศักยภาพทางการตลาด และเป็นโครงการที่แผนธุรกิจและการลงทุนในการดำเนินโครงการนวัตกรรมอย่างชัดเจน

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • สนช. เป็นผู้ชำระดอกเบี้ยเงินกู้แทนผู้ได้รับการสนับสนุนในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีแรก โดยใช้กลไกในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” ซึ่งโครงการนวัตกรรมต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินดังกล่าว หลังจากที่ได้รับการพิจารณาความเป็นนวัตกรรม โดยคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการนวัตกรรม ชุดที่ 1 แล้ว อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ตกลงกันระหว่างสถาบัน
    การเงิน และหลักทรัพย์ค้ำประกันผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  • สนช. สนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้โครงการนวัตกรรมสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ
    หน่วยงานร่วมสนับสนุน
    สนช. ได้ทำความตกลงกับสถาบันการเงิน 5 แห่ง คือ 1. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 2. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

2. โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน”

รูปแบบการสนับสนุน
โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าสำหรับโครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะของการทดสอบยืนยันความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีในขั้นตอนของการทำต้นแบบหรือการนำร่อง ซึ่งอาจต่อยอดจากงานวิจัยและพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรที่มีการรับรองและผ่านการประเมินทางเทคโนโลยี

ลักษณะโครงการนวัตกรรม
จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา ที่ได้รับการรับรอง หรือได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานสนับสนุนการวิจัย หรือสมาคมทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป โดยต้องแสดงเอกสารประกอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งอาจเป็นโครงการที่พัฒนามาแล้วในระดับห้องปฏิบัติการวิจัยให้มาสู่การปฏิบัติการระดับอุตสาหกรรมในเชิงพาณิชย์ หรืออาจอยู่ในขั้นตอนของการทำต้นแบบ (prototype) รูปแบบทดลอง (experimental units) การทดสอบในระดับนำร่อง (pilot scale) เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีก่อนจะนำไปสู่การผลิตจริง โรงงานนำร่อง (pilot plant) การปฏิบัติการก่อนเป็นเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ (pre-commercial) ตลอดจนการทดสอบในกระบวนการผลิตจริง (full scale trial)
  2. เป็นเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้จากสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร
  3. เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีชิ้นงานประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้จริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  4. เทคโนโลยีที่เข้าข่ายตามข้อที่ (1)-(3) ต้องผ่านการประเมินหรือรับรองความเป็นไปได้ ทั้งทางเทคโนโลยีสำหรับการผลิตในเชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ในการตลาดโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกลาง ที่มาจากหน่วยงาน สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานสนับสนุนการวิจัย หรือสมาคมทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ ไม่ต่ำกว่า 3 คน โดยควรมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักการตลาดหรือสามารถให้ข้อคิดเห็นเรื่องการตลาดอยู่ในคณะผู้ประเมินด้วย
    ทั้งนี้เทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น อย่างน้อยที่สุดจะต้องสามารถนำไปพัฒนาเป็นต้นแบบ สำหรับการผลิตจริง หรือสามารถทำการทดสอบนำร่องจากการต่อยอดผลงานวิจัยและพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • ผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องลงทุนในโครงการนวัตกรรมในรูปของเม็ดเงิน (in-cash) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายโครงการ
  • สนช. สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าไม่เกินร้อยละ 75 ของค่าใช้จ่ายโครงการ ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ (ยกเว้นในกรณีที่ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมการ)
  • ระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 3 ปี

3. โครงการ “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม”

รูปแบบการสนับสนุน
โครงการ “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม” เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าในการสนับสนุน โครงการนวัตกรรมที่มีลักษณะการพัฒนาโครงการในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม สมาคม จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับการทำต้นแบบ การทดสอบระดับนำร่อง จนถึงการผลิตในเชิงพาณิชย์

ลักษณะโครงการนวัตกรรม
จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เช่นเดียวกับโครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” และ/หรือ โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” แต่การดำเนินโครงการนวัตกรรมจะต้องเป็นในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ ที่มีกลุ่มการดำเนินงานครบตามกระบวนการทางธุรกิจตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาดจนถึงการจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • สนช. สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่า ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ
  • ระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 3 ปี

4. โครงการ “ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม”

รูปแบบการสนับสนุน
โครงการ “ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม” เป็นการลงทุนร่วมกับสถาบันร่วมลงทุน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูง และสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ลักษณะโครงการนวัตกรรม
จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นโครงการที่มีความเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือสินค้าที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดโลก อันจะส่งผลให้เพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ
  2. เป็นโครงการนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการขยายผลให้เกิดโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป
  3. โครงการนวัตกรรมที่เกิดจากการริเริ่มพัฒนาร่วมกันระหว่างสำนักงานและผู้ประกอบการหรือกลุ่มโครงการ
  4. เป็นโครงการนวัตกรรมที่ผู้ประกอบการหรือกลุ่มโครงการต้องการร่วมลงทุนร่วมกับภาครัฐ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้แก่ผู้ประกอบการก่อนที่จะทำการผลิตอย่างเต็มรูปแบบต่อไป
  5. เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงทางด้านการตลาด การเงินและเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีและ/หรือการบริหารจัดการ

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • สนช. จะร่วมลงทุนกับสถาบันร่วมทุนในโครงการนวัตกรรม โดยมีสัดส่วนรวมกันระหว่างสำนักงานและสถาบันร่วมลงทุนไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียนหลังการเข้าร่วมลงทุน โดย สนช. จะร่วมลงทุนในสัดส่วนไม่เกินการร่วมลงทุนของสถาบันร่วมลงทุน
  • วงเงินร่วมลงทุนของ สนช. สูงสุดจำนวนไม่เกิน 25 ล้านบาทต่อโครงการ
    หน่วยงานร่วมสนับสนุน สถาบันการเงินร่วมลงทุน

ตารางสรุปรูปแบบการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม

รูปแบบการสนับสนุน
ลักษณะโครงการ
เงื่อนไขการสนับสนุน
หลักทรัพย์
ค้ำประกัน
วงเงิน
สูงสุด
ต่อโครงการ
ระยะเวลา
การสนับสนุน
ด้านวิชาการ
  • การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและการประสานงาน
  • การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษา การจัดทำแผน ธุรกิจ เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการนวัตกรรม
  • เบิกจ่ายย้อนหลัง (Reimbursement)
  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริง
    (ตามความเห็นชอบของ สนช.)
ไม่มี
ไม่เกิน
5 ล้านบาท
ไม่เกิน
3 ปี
“นวัตกรรมดี... ไม่มีดอกเบี้ย”
  • โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของกระบวนการผลิตจริง
  • โครงการที่ขยายผลจากการสร้างต้นแบบ
    หรือการทดสอบนำร่องและพัฒนาออกสู่ตลาดในระยะแรก
  • สนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้
    ในระยะเวลาหนึ่งให้แก่
    โครงการนวัตกรรมโดยจ่ายให้แก่สถาบันการเงินที่ปล่อย
    สินเชื่อ
เป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ
ไม่เกิน
5 ล้านบาท
ไม่เกิน
3 ปี
“แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน”
  • โครงการนวัตกรรมในขั้นตอนของการทำต้นแบบ (prototype) หรือทดสอบนำร่อง (pilot scale)
  • โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะของการทดสอบยืนยันความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี จากการต่อยอดงานวิจัยพัฒนา และสิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรที่ผ่านการรับรอง
  • ผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องลงทุนในโครงการนวัตกรรมในรูปของเม็ดเงิน (in-cash) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายโครงการ
  • เบิกจ่ายย้อนหลัง
  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม
    หลักเกณฑ์ของ สนช.
ไม่มี
ไม่เกิน
ร้อยละ 75 ของค่า
ใช้จ่ายโครงการ ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
ไม่เกิน
3 ปี
“ทุนเครือข่ายวิสหกิจนวัตกรรม”
  • โครงการนวัตกรรมที่มีลักษณะการพัฒนาในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม สมาคม จังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด ที่มีกลุ่มการดำเนินงานครบทั้ง
    กระบวนการทางธุรกิจ
  • เบิกจ่ายย้อนหลัง
  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ของ สนช.
ไม่มี
ไม่เกิน
5 ล้านบาท
ไม่เกิน
3 ปี
“ร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม”
  • โครงการนวัตกรรมที่มีความเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นมีศักยภาพสูง สามารถเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ
  • โครงการนวัตกรรมที่เกิดจากการริเริ่มพัฒนาร่วมกันกับ สนช. และสามารถพัฒนาเป็นโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร
  • เป็นการร่วมลงทุนระหว่างผู้เสนอโครงการ สถาบันลงทุนและ สนช. โดย สนช.และสถาบันร่วมลงทุนจะลงทุน
    ร่วมไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียนหลังการเข้าร่วมทุน
    และ สนช. จะร่วมลงทุนในสัดส่วนไม่เกินการร่วมลงทุน
    ของสถาบันร่วมลงทุน
ไม่มี
ไม่เกิน
ร้อยละ 25
ไม่เกิน
7 ปี