mnu_sidetop01 bd_top02 bt_top03
 

การสร้างนวัตกรรมยางพารา...
ในยุคราคายางปรับตัวสูง


โครงการนวัตกรรมด้านยางและผลิตภัณฑ์ยาง เป็นหนึ่งในโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ด้านวัสดุชีวภาพที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความสำคัญ เนื่องจากยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำมันสีขาวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นประเทศ ผู้ผลิตยางธรรมชาติเป็นอันดับหนึ่งของโลก ที่มีศักยภาพการผลิตสูงประมาณ 2.8 ล้านตันต่อปี หรือประมาณหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตโลก

อย่างไรก็ตาม ภาวะราคายางพาราในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมาได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากยางได้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากอุตสาหกรรม ในประเทศจีน ซึ่งมีความต้องการยางเป็นจำนวนมากตามอัตราการเจริญเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ประเทศผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ให้ความสนใจในการปลูกยางมากขึ้น รวมทั้งประเทศไทยที่มีโครงการปลูกยาง 1 ล้านไร่ ซึ่งเป็นการขยายพื้นที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก็ยังประสบปัญหาราคายางราคาสูงและผันผวน ส่งผลให้ผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำประสบปัญหาในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบเหนือประเทศคู่แข่งในหลายๆ ด้าน เช่น การผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ การแปรรูปยางพาราวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ จึงควรให้สร้างโอกาสทางการแข่งขันด้วยการนำนวัตกรรมที่ต่อยอดจากการวิจัยและพัฒนา มาบูรณาการเพื่อใช้สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมยางพารา

แนวทางการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอุตสาหกรรมยางพารา
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สนช. ได้สนับสนุนโครงการ นวัตกรรมด้านยางและผลิตภัณฑ์ยางมากกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมรวม 340 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของยางพาราตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ

เพื่อให้การดำเนินโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์วัสดุชีวภาพ กลุ่มยางและผลิตภัณฑ์ยางพารา ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สนช. จึงได้เรียนเชิญนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ยางจำนวน 2 ท่าน

รองศาสตราจารย์ ดร. เพลินพิศ บูชาธรรม อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และหัวหน้าศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อมาตรฐานและอุตสาหกรรม เมธีส่งเสริมนวัตกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการยาง ได้ศึกษาข้อมูล โอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมยาง โดยพบว่าผู้ประกอบการไทยควรมุ่งเน้น ในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่ง ผู้ประกอบการอาจดำเนินงานในลักษณะของการร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมจากผลงานวิจัยที่มีอยู่ หรืออาจเป็นการพัฒนาจากเทคโนโลยีเดิมที่มีทั้งในและต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในสร้างเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมยางของประเทศได้

รองศาสตราจารย์ ดร. จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ อาจารย์ภาควิชาเคมีมหาวิทยาลัยมหิดล เมธีส่งเสริมนวัตกรรมผู้มีประสบการณ์ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์เคมีและชีวเคมีของยางธรรมชาติ และการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากยางธรรมชาติ ได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากเมธีส่งเสริมนวัตกรรมท่านแรก โดย การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยางนั้นเป็นเพียงทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่ม การมองหาโอกาส และแนวทางในการสร้างตลาดใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยางก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ อาทิ การพัฒนา “ยางสกิม” ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง รวมถึงการพัฒนาวิธีการแยกสาร L-Quebrachitol จากยางสกิมเพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยา เป็นต้น

แนวทางการพัฒนานวัตกรรมยางพาราของเมธีส่งเสริมนวัตกรรม
เมธีส่งเสริมนวัตกรรมทั้ง 2 ท่านได้ให้แนวคิดต่อการพัฒนาโครงการนวัตกรรมยางพาราไว้อย่างน่าสนใจดังต่อไปนี้

การพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพสูง เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตวัตถุดิบยาง เพื่อนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยางที่มีคุณภาพสูง อาทิ ยางธรรมชาติเกรดผสมเขม่าดำและซิลิกา (Filler-filled Natural Rubber Master Batches)” ซึ่งอาศัยการเติมสารตัวเติมลงในน้ำยางธรรมชาติโดยตรง วิธีการนี้จะทำให้ผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนด้านการใช้พลังงาน ลดขั้นตอนการผลิต ช่วยทำให้การกระจายตัวของสารตัวเติมในยางดีขึ้น ลดเวลา การทำให้สุกตัว ลดปริมาณสารเคมี อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังมีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีขึ้น นอกจากนี้ น้ำยางข้นโปรตีนก่อภูมิแพ้ต่ำ ก็เป็นหนทางหนึ่งในการพัฒนาวัตถุดิบ โดยเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อแยกโปรตีนที่ก่อภูมิแพ้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ยางที่ไม่ทำให้เกิดการแพ้กับ ผู้ใช้งาน เช่น ชิ้นส่วนยางทางการแพทย์ เป็นต้น

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ยางชนิดใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างทางเลือกตลาดใหม่ของอุตสาหกรรมยาง เช่น การพัฒนายางธรรมชาติทนความร้อน การพัฒนาแม่พิมพ์ยางจิววะรี่ การพัฒนาเรซิ่นกำจัดของเสียจากยางธรรมชาติ และการพัฒนานวัตกรรมธรรมชาติทนน้ำมัน

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียจากกระบวนการผลิตยาง เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำยางสกิม ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้น เพื่อให้สามารถพัฒนาให้เกิดยางธรรมชาติเกรดใหม่ ตลอดจนสร้างประโยชน์อย่างสูงสุดแก่น้ำยางสกิม อาทิ การพัฒนายางสกิมบริสุทธิ์ โดยเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตยางสกิมให้มีคุณภาพพิเศษ เพื่อให้ได้ยางที่มีความสะอาด และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยางสังเคราะห์ นอกจากนี้ การแยกสาร L-Quebrachitol ที่อยู่ในน้ำยางสกิม เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในอุตสาหกรรมด้านอาหารและยา เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาชนิดต่างๆ เช่น ยาต้านมะเร็ง ยารักษาโรคเบาหวาน สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และสารให้ความชุ่มชื้น ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียจากกระบวนการผลิตยาง

การพัฒนาโครงการนวัตกรรมด้านยางพาราจากการต่อยอดจากผลงานวิจัยนั้น จำเป็นต้องมีการคำนึงถึงต้นทุน การผลิต ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรือสร้างตลาดใหม่ ทั้งนี้ การพัฒนานวัตกรรมที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นเพียง ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนานวัตกรรม ด้านยางพาราให้ประสบผลสำเร็จ จำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในอุตสาหกรรมต้นน้ำจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ หากทำสำเร็จ ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยาง และสร้างทางเลือกตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมยางได้อย่างแท้จริง

 
มณฑา ไก่หิรัญ
ผู้จัดการโครงการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ