mnu_sidetop01 bd_top02 bt_top03
 
 
 

“วนัส แต้ไพสิฐพงษ์”
กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร

 

เครือเบทาโกร ได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ บริษัท เบทาโกร จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2510 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ จวบจนปัจจุบัน เครือเบทาโกรถือเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์  ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพเพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “เพื่อคุณภาพชีวิต” (Let’s Make Life Better)

 

โอกาสและอุปสรรคต่อการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของภาคเอกชนไทย
หากจะกล่าวถึงการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม เอกชนไทยจะต้องเข้าใจความหมายของ “นวัตกรรม” ให้ถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็น “การทำนวัตกรรมในระยะสั้น” ที่มุ่งนำเอาองค์ความรู้หรือการประดิษฐ์ที่มีอยู่ในองค์กรมาขยายผลให้เกิดประโยชน์ แม้ว่าความรู้หรือการประดิษฐ์นั้นจะเป็นขั้นพื้นฐานหรือเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ “การพัฒนานวัตกรรมในระยะยาว” ที่องค์กรจะต้องพัฒนาทำงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่ควบคู่กันไปอย่างละทิ้งเสียไม่ได้

การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมเป็นงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ มีความเสี่ยงและมักจะต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เอกชนไทยไม่กล้าที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนวัตกรรม แม้ว่าธุรกิจดังกล่าวจะมีช่องว่างให้เอกชนไทยเข้ามามีบทบาทอยู่เสมอ อนึ่ง ผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้ามาสู่ธุรกิจนวัตกรรมจะต้องวางแผนงานด้านธุรกิจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการประเมินความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ละเอียดรอบคอบ

แนวทางการสร้างธุรกิจอาหารแปรรูปของบริษัทฯ
การร่วมลงทุนกับพันธมิตรถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างเครือข่ายและการขยายตลาดด้านธุรกิจอาหารแปรรูป ดังนั้น เครือเบทาโกรจึงได้แสวงหาพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมลงทุน ในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายอาหารสดและอาหารแปรรูป โดยเฉพาะไก่เนื้อและสุกร

ปัจจุบัน ผู้ผลิตอาหารและอาหารแปรรูปจำเป็นต้องให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารเป็นเรื่องหลัก นอกเหนือจากระบบบริหารคุณภาพที่ต้องดำเนินการอยู่อย่างปกติแล้ว ดังนั้น การผลิตอาหารที่ปลอดภัยจำเป็นต้องมีการสร้างระบบความปลอดภัยในอาหารขึ้นในองค์กรและสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเกิดความตระหนักและความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ในการนี้ เครือเบทาโกรจึงได้จัดตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า FSQA (Food Safety and Quality Assurance) เพื่อติดตามกฎระเบียบข้อกำหนดต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเพื่อใช้ในการกำหนดเป็นมาตรฐานและวิธีการปฏิบัติงานของบริษัทต่างๆ ในเครือเบทาโกร รวมทั้งยังได้จัดทำโครงการ ABCP (Assured Betagro Chicken Production) เพื่อควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิตไก่ให้มีมาตรฐานตลอดการผลิต โดยยึดหลักมาตรฐานการผลิตสากล ACP (Assured Chicken Production) จากประเทศอังกฤษและข้อกำหนดเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ปีกของสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ในเครือจักรภพอังกฤษ

นอกจากระบบมาตรฐานความปลอดภัยในส่วนของการผลิตแล้ว เครือเบทาโกรได้มีการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เบทาโกร เพื่อเป็นศูนย์กลางของการวิจัยและพัฒนาด้านอาหารสัตว์ ปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งเป็นห้องปฏิบัติการกลางที่มีอุปกรณ์อันทันสมัยตามมาตรฐานสากล เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยทุกขั้นตอนการผลิต

นโยบายบริษัทฯ ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างระบบความปลอดภัยในอาหาร (Food safety)
จากวิสัยทัศน์ “เครือเบทาโกรมุ่งผลิตและพัฒนาอาหารที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากฐานอุตสาหกรรมการเกษตรที่ทันสมัย เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรโลก” บริษัทจึงพัฒนาระบบ BQM 24/7 (Betagro Quality Management 24/7) ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการจัดการโดยการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น การทำ “Unannounced Audits” การพัฒนาทักษะของพนักงานเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในระดับที่สูงขึ้น ที่ไม่เพียงประกันได้ว่าระบบคุณภาพของเบทาโกรผ่านมาตรฐานระดับนานาชาติอย่างครบถ้วน แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการจัดการคุณภาพและความปลอดภัยในอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ดังนั้น BQM 24/7 จึงไม่ใช่เพียงแค่ระบบจัดการคุณภาพใหม่ที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของบริษัทฯ ในการพัฒนาไปสู่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในอาหารระดับสูงสุด 

การสร้างนวัตกรรมกับความปลอดภัยด้านอาหาร
นวัตกรรมอาจเกิดขึ้นจากความคิดใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่เคย
มีคนอื่นทำมาก่อน หากแต่นวัตกรรมจะมุ่งเน้นในการแปลงความคิดให้เป็นผลลัพธ์ซึ่งเป็นรูปธรรม หรือนวัตกรรมก็อาจเกิดจากการต่อยอดหรือขยายผล ความคิดหรือผลงานที่มีผู้อื่นเคยทำเอาไว้แล้วแต่ยังไม่เกิดผลลัพธ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาซึ่งเมื่อทำแล้วจะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

เครือเบทาโกรจึงได้นำองค์ความรู้ขององค์กรในหลายๆ ด้าน อาทิ ระบบความปลอดภัยด้านอาหาร และการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า JMAC’s TPm (JMAC’s Total Productivity management) ซึ่งช่วยในการบริหารและการทำงานให้เป็นระบบ เป็นต้น มาใช้เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริการ โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปช่วยเหลือและสอนให้กลุ่มลูกค้า และองค์กรที่มีภารกิจในการช่วยเหลือคนอื่น โดยในระยะยาวองค์กรเหล่านั้นจะต้องสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้เอง

แนวทางการสนับสนุนของภาครัฐเพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัยด้านอาหาร
ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐที่แม้ว่าจะมีภารกิจแตกต่างกัน แต่หน่วยงานเหล่านี้จะต้องมีเป้าหมายร่วมกันและเป็นไปในทางเดียวกัน อนึ่ง แม้ว่าภาครัฐจะกำหนดนโยบายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ครัวของโลก” หากแต่หน่วยงานต่างๆ ก็ต้องความร่วมมืออย่างสอดรับกัน มีความเชื่อมโยงและรับช่วงต่อของงานเพื่อให้เกิดพลังร่วมสามารถผลักดันให้เอกชนที่เป็นผู้ผลิตอาหารสามารถสร้างระบบความปลอดภัยด้านอาหารและขยายตัวในวงกว้าง จนถึงขั้นที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตที่มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารในเวทีโลกได้ในอนาคต