ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเป็นประธานมอบนโยบายให้กับ NIA

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเป็นประธานมอบนโยบายให้กับ NIA ในการประชุมคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (ชุดเดิมแชุดใหม่) โดยเน้นประเด็นหลักๆ ดังนี้

การจัดตั้งกระทรวงใหม่ภายใต้ชื่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ซึ่งจะมี 3 บทบาทหลักคือ future setting, game changing และ innovative capacity building

บทบาทของ NIA ภายใต้กระทรวงใหม่นี้ จะเน้นในเรื่อง innovation และ startup โดย NIA ต้องทำ 4 ประเด็นนี้ให้ชัด 
(1) roadmap and strategy เพื่อนำพาให้ประเทศไปสู่การเป็นสังคมนวัตกรรมอย่างแท้จริง
(2) financial and non-financial architecture โดยทำงานร่วมกับ ก.คลัง, BOI, SET
(3) regulation 3 เรื่อง ได้แก่ Startup Act, Sandbox Act, Bayh-Dole Act โดยทำงานร่วมกับ สทวน. และ สวทช
(4) execution platform

และให้ผลักดัน medical innovation district ในย่านโยธีให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (ชุดเดิม) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า (1) ที่ผ่านมา NIA มีส่วนในการสร้าง culture และเพิ่ม awareness กับประเทศในเรื่อง innovation (2) หลายๆโครงการของประเทศที่กำลังดำเนินการอยู่ เช่น EEC (3) ปัจจุบันมีหน่วยงานและหลักสูตรต่างๆที่มีคำว่านวัตกรรมแทรกอยู่ในชื่อ ส่วนหนึ่งมาจากการผลักดันด้านนวัตกรรมของ NIA โดยการทำ Innovation platform policy ต้องมีหน่วยงานหลักดูเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน และควรดูนวัตกรรมด้านบริการด้วย

ในช่วงท้าย ท่าน รมว.วท. ยังให้เกียรติมอบของที่ระลึกให้กับคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (ชุดเดิม) อีกด้วย

ที่ปรึกษา
Applied Chemistry, Physical properties of Polymers, Tokeyo Institute of Technology
โทรศัพท์ 02-017 5555 ต่อ 121
โทรสาร 02-017 5566
อีเมล์ yusan@rc5.so-net.ne.jp

Innovation City

competitive in terms of product and service development as well as that of solution advancement for effective innovation city management that complies with internationally accepted standards.

In addition, the NIA has secured municipal and provincial collaboration with four major Thai cities, including Pattaya Municipality and Saensuk Municipality of Chonburi province as well as Phuket City Municipality and Patong Municipality of Phuket province. Strategically, the NIA aims to develop Pattaya Municipality and Saensuk Municipality based on the “Smart Tourism and MICE City” and “Smart Living City” concepts, respectively. The two metropolitan cities will mutually focus on the advancement of “Healthcare and Elderly Care” practices. Meanwhile, another two municipalities of Phuket are anticipated to become the “Smart Tourism and Mobility” cities.

แนวความคิดในการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรม ด้วยหลักการ 5i 💡⚙️
ถ้ากล่าวถึงคุณลักษณะของนวัตกร เราจะมีคำ 3-4 คำ ผุดขึ้นมาในหัว อาทิ
✔️ Explorer หมายถึง ต้องเป็นผู้แสวงหาและใฝ่ศึกษา ติดตามความก้าวหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
✔️ Initiator หมายถึง เป็นผู้กล้าคิดกล้าทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิมที่มีผู้อื่นคิดหรือทำอยู่
✔️ Strategist หมายถึง ต้องเป็นผู้คิด วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญเพื่อการวางแผนเชิงกลยุทธ์นวัตกรรมได้
✔️ Change Maker หมายถึง ต้องเป็นผู้มีความสามารถในการเลือกกลวิธีแก้ปัญหา และเสนอแนะวิธีการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้
...

คนที่มีคุณลักษณะทั้ง 4 ถือว่ามีโอกาสสร้างธุรกิจนวัตกรรมของท่านได้สำเร็จ เพียงเริ่มออกเดินทาง ค้นหาแรงบันดาลใจ เปิดจินตนาการให้กว้างไกล สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีคุณค่า แล้วเชื่อมโยงความรู้เพื่อพัฒนา และนำออกสู่การสร้างธุรกิจจริง

5i จำง่ายๆ
ถ้าอยากเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมต้องทำ 5 กระบวนการนี้

1. Inspiration
เริ่มต้นการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมจากความชอบ ด้วยการรับรู้สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากสิ่งใกล้ตัว จากปัญหาใกล้ตัว จากแนวโน้มของสังคม ฯลฯ และสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความอยากที่จะคิดไอเดียสุดเจ๋งมาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นธุรกิจที่สร้างคุณค่า

2. Imagination
จินตนาการเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม การสร้างจินตนาการเหนือความรู้พื้นฐานและวิชาการ ทำให้เรามองเห็นอนาคตที่กว้างไกล มองเห็นปัญหาและการแก้ไขจากมุมมองใหม่ เส้นทางใหม่ และการเข้าถึงความคิดใหม่ๆ จึงขอให้หยิบเอาแรงบันดาลใจมาจินตนาการสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า

3. Ideation
จัดการความคิดแบบรวบยอด เพื่อกำหนดปัญหาและเป้าหมายในการแก้ไขที่ชัดเจน เพื่อให้ได้คำตอบใหม่ที่แตกต่าง สร้างสรรค์ ทำได้จริง และมีคุณค่าเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้

4. Integration
การออกแบบแนวคิดและแผนบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งจะเกี่ยวข้องทั้งการเชื่อมโยงคน เทคโนโลยี ทรัพยากร และความหลากหลายไปสู่เป้าหมายที่ทำได้จริง

5. Insight / Implementation
การเข้าถึงองค์ความรู้ และสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง และการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทางธุรกิจ

ทำให้ครบทั้ง 5i เพื่อจะได้ เป็นนวัตกร ...
ที่ต้องคิดจริง และทำจริง

"Eatwell Tableware Set"
INNOVATION TREND

นวัตกรรมจากแรงบันดาลใจ ในชีวิตจริงเพื่อช่วยเหลือคนใกล้ตัว จนกลายเป็นงานสร้างสรรค์ช่วยเหลือสังคมโดยรอบ

แม้จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานเพื่อสังคม ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมจะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นศุนย์รวมความคิดของความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นคือ ‘การคำนึงถึงผู้อื่น’ เช่นเดียวกับ ชา เหยา (Sha Yao) ที่ต้องการช่วยคุณย่าและผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ หลังจากที่เธฮเข้าเป็นอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เธอพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เหล่านั้นรัประทานอาหารได้อย่างลำบาก เพราะอุปกรณ์จานชามช้อนส้อม รวมไปถึงแก้วน้ำไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อผู้ป่วยเหล่านี้ที่ไม่สามารถจับช้อนถือถ้วยรับประทานอาหารได้เหมือนคนปกติ ดังนั้นเธอจึงมีแนวคิดในการออกแบบอุปกรณ์การรับประทานอาหารเพื่อให้คนกลุ่มนี้มีความสุขกับอาหารมากที่สุด ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจาก Stanford Design Challenge ปี 2014 จากผู้เข้าประกวดกว่า 52 ทีม 15 ประเทศ

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=PhIQRl2D9c0
https://www.eatwellset.com

 

INNOVATION TREND

“Innovators Under 35” เป็นการยกย่องอันทรงเกียรติระดับโลกสำหรับเหล่านวัตกรรุ่นใหม่ โดย MIT Technology Review (MIT- Massachusetts Institute of Technology) สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยวิจัยเอกชนในเคมบริดจ์ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสถาบันอันดับหนึ่งของโลก ในด้านการวิจัยและการจัดการศึกษา ทั้งทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการจัดการ

อีกแรงบันดาลใจของเยาวชนไทย จากชุมชนนวัตกรรุ่นใหม่ ผู้บุกเบิก และเปลี่ยนแปลงสังคมระดับโลก

วัตถุประสงค์หลักของโครงการ “Innovators Under 35” คือการให้ความสำคัญกับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถถ่ายทอดความคิดที่จะปฏิวัติโลกของเทคโนโลยีและธุรกิจในอนาคตอันใกล้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ในปี 2016 ที่ผ่านมา ครบรอบ 16 ปีของโครงการนี้ MIT Technology Review ได้จัดอันดับและเผยแพร่รายชื่อ นวัตกรรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี ที่มีการสร้างความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
-หมวดนักประดิษฐ์ : 9 คน ผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่ออนาคต
-หมวดผู้ประกอบการ : 7 คน ที่เปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นธุรกิจ
-หมวดวิสัยทัศน์ : 6 คน ผู้ที่มองเห็นบางสิ่งที่ต่างจากคนอื่นๆ เพื่อการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
-หมวดสวัดิการ : 5 คน ที่ใช้วิถีทางที่แตกต่างเพื่อสร้างโลกที่มีสวัดิภาพที่ดีขึ้น
-หมวดผู้บุกเบิก : 8 คน ที่กำลังสร้างแนวทางใหม่ในการจัดการกับความท้าทายด้านเทคโนโลยี
สำหรับนวัตกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นแรงบันดาลใจในปี 2017 เดือนตุลาคมนี้ จะรู้ผลกัน

ที่มา: http://emtechasia.com/index.php/innovators-under-35

INNOVATION TREND

"SmartCap" เป็นเครื่องมือตรวจวัดความเมื่อยล้าสำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะหรือผู้ประกอบการยานพาหนะขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์

SmartCap สามารถสวมใส่ได้ ในรูปแบบของหมวก โดยสามารถอ่านการทำงานของคลื่นสมอง (EEG) และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเพื่อกำหนดระดับความเมื่อยล้า (ความตื่นตัว / ง่วงนอน) ของบุคคล ระบบจะทำงานภายในห้องโดยสาร และใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth ส่งข้อมูลจาก SmartCap ไปยังการแสดงผลในรถ หรือส่งเข้าถึงเครือข่ายไปยังส่วนกลางเพื่อการตรวจติดตาม

 

ที่มา: http://www.smartcaptech.com/our-product/

"Sports-Check It Out"
INNOVATION TREND

Sayed Adan วัย 14 ปี Charly Tiempos วัย13 ปี และ Hamsa Osman Abdalah วัย 14 ปี ทีมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จาก Cedar Riverside Community School ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสให้เข้าถึงกีฬามากขึ้น ออกไปสนุกกับกีฬาและการออกกำลัง แทนที่จะอยู่แต่กับวิดีโอเกมในบ้าน

โครงการนวัตกรรมของพวกเขา คือ "Sports-Check It Out" ที่เป็นเหมือนกับกับระบบจัดการห้องสมุดสำหรับอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำกิจกรรม และเสื้อกันหนาวที่อบอุ่น เพื่อให้เด็กๆ ที่ด้อยโอกาสสามารถยืมออกไปเพื่อสนุกกับกีฬา และใช้ชีวิตกับกิจกรรมกลางแจ้งได้ในทุกฤดูกาล

จากไอเดียที่ยอดเยี่ยมนี้ทำให้พวกเขาได้รับเลือกให้เป็น "นักพัฒนานวัตกรรมเยาวชนแห่งปี 2016" จาก SAP 2016 National Teen Social Innovators of the Year พวกเขาได้รับรางวัลมูลค่า 10,000 เหรียญ และการเดินทางไปชมการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl) ที่ฮูสตัน

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การเดินทางอันน่าตื่นเต้นของทั้งสามคนเริ่มขึ้น เมื่อพวกเขาถูกเลือกให้เป็นตัวแทนโรงเรียนในการเข้าร่วมการแข่งขันความคิด "การพัฒนาโปรแกรมด้านสุขภาพและความงามในโรงเรียนหรือชุมชน" ที่จะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย University of Minnesota ในวันปิดรับสมัคร มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 300 คนจาก 69 โรงเรียน จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีทุนสนับสนุน 1,000 เหรียญให้แต่ละทีม สองทีมที่เข้ารอบจากแต่ละภูมิภาคจะแข่งขันกันโดยใช้การโหวตแบบเปิดกว้างทางออนไลน์ 

ในวันที่ 20 ธันวาคม วันที่พวกเขาได้รับโทรศัพท์ที่แจ้งว่าพวกเขาได้รับรางวัลชนะเลิศ พวกเขาวิ่งราวกับบินออกไปที่ประตูและเกลือกกลิ้งอยู่บนลานหิมะพร้อมเสียงหัวเราะ

เด็กชายเหล่านี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจกับโครงการ “Sports-Check It Out" ในวันนี้พวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะสร้างแอป (Application) ความฝันของพวกเขาคือการแฟรนไชส์ (Franchise)โปรแกรมไปยังโรงเรียนและชุมชนอื่น ๆ

"รางวัลอันยิ่งใหญ่ที่เราได้รับนี้มาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่" Charly กล่าว
Sayed เสริมว่า "เราต้องการให้เด็ก ๆ มีความหวัง เราคิดว่ากีฬากำลังจะทำให้พวกเขาได้รับความหวัง”

ที่มา: http://www.startribune.com/three-teens-win-big-with-spor…/…/

สนช. เปิดตัวหนังสือ “ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม”
พร้อมชมนิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมจาก 100 คนดัง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานเปิดตัวหนังสือ 

“ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม (100 Faces of Thailand’s Innovation Inspirers)” พร้อมชมนิทรรศการเรื่องราว ผลงาน แนวคิด ความสำเร็จของสุดยอดผู้นำทางด้านนวัตกรรมในหลากหลายสาขาอาชีพ จำนวน 100 คน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจกับคนไทยในปัจจุบันไม่หยุดคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมผ่านตัวอย่างจริง บุคคลจริง และความสำเร็จที่แท้จริง รวมถึงการเสวนาประสบการณ์ของตัวแทนบุคคลในหนังสือที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาในช่วงเย็นของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 24-28 มกราคม 2561 ณ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า “วท. ได้รับมอบหมายในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนให้เกิด “ไทยแลนด์ 4.0” ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยแนวทาง
ประชารัฐของรัฐบาลในการดำเนินงาน 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การเตรียมคนไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 2) การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
3) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้น วท. จึงมุ่งเน้น “วิทย์สร้างคน วิทย์แก้จน และวิทย์เพิ่มรายได้”
ทั้งนี้ โจทย์สำคัญจึงเป็นการเตรียมคนไทย โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร และต้องใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอะไรในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น คนไทยในศตวรรษที่ 21 จะต้องเป็นอย่างไร มีทักษะ
มีความรู้ หรือจะต้องประกอบอาชีพอะไร นี่คือคำถามที่เราทุกคนก็ไม่ทราบคำตอบที่แท้จริง ดังนั้น สิ่งที่เราสามารถทำกันได้
ในวันนี้ก็คือ การค้นหา “ต้นแบบ” ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพที่แต่ละคนทำอยู่ แล้วนำมาเป็น “แรงบันดาลใจ” เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดกำลังใจในการเข้ามาช่วยกันคิดพัฒนาโมเดลทางธุรกิจแบบช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม
ลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมให้เติบโตไปด้วยกัน นอกจากนี้ การปลูกฝังการคิดบวกหรือมีทัศนคติที่ดี ความเป็นเหตุเป็นผล มีตรรกะแบบวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กทั้งจากการเลี้ยงดูในครอบครัว โรงเรียนและสังคมรอบด้าน จะช่วยสร้างลูกหลานของเรา
ให้เป็นคนไทยที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 ได้ต่อไป และสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “เมืองแห่งนักพัฒนา”
ที่สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจชะลอตัว รูปแบบสินค้าไม่หลากหลาย การส่งออกสินค้าลดลง ในขณะที่สินค้าและบริการจากต่างประเทศกำลังหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับแนวคิดการค้าเสรี ดังนั้น หากคนไทยยังไม่ปรับตัว และลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ก็อาจจะไม่สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ “นวัตกรรม” จึงเป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญที่จะนำประเทศให้ก้าวข้ามปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งต้องอาศัยการใช้ความรู้ในหลากหลายสาขาอย่างบูรณาการในการสร้างสรรค์ “สิ่งใหม่” ที่สร้างให้เกิดคุณค่าที่ดีกว่าเดิม เพื่อประโยชน์ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้น ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรมจึงถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศนวัตกรรม (Innovation Thailand) และพร้อมก้าวสู่ประเทศไทย 4.0”

“สำหรับโครงการหนังสือ “ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม” จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยเป็นการรวบรวมแนวคิด ผลงานความสำเร็จของบุคคลผู้สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในประเทศไทยจากหลากหลายสาขาอาชีพ จำนวน 100 ท่าน เพื่อนำเสนอต้นแบบผู้สร้างแรงบันดาลใจที่เป็นผู้ริเริ่มและสามารถสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสาขาอาชีพต่างๆ
ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการสร้าง “คนไทย 4.0” ที่กล้าคิดนอกกรอบ มีแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี หรือพัฒนาสิ่งใหม่ขึ้นในสาขาอาชีพต่างๆ และเป็นการสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวสู่ “ประเทศไทย 4.0” ตามนโยบายรัฐบาลได้ต่อไป นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการเรื่องราวของบุคคลทั้ง 100 ท่านและซุ้มถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยี
โฮโลแกรม ซึ่งผู้เข้าชมจะสามารถถ่ายภาพโฮโลแกรมของบุคคลทั้ง 100 ท่าน หรือจะถ่ายกับโฮโลแกรมของตัวเองก็ได้ รวมถึงการเสวนาเรื่อง “การสร้างการเปลี่ยนแปลง” ของตัวแทนบุคคลในหนังสือที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาบอกเล่าประสบการณ์ในช่วงเย็นของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 24-28 มกราคม 2561 ทั้งนี้  สนช. หวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะถ่ายทอดชีวิตและการเดินทางของความคิดสร้างสรรค์ของ “นวัตกรไทย” จากหลากหลายสาขาอาชีพและประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับ “คนไทย” ได้ซึมซับเอาพลังสร้างสรรค์จากบุคคลเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นคิดค้นนวัตกรรมรูปแบบของตัวเอง” ดร. พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติม

สนช. ดึงเอกชนญี่ปุ่น หนุนอุตสาหกรรมการผลิตไทย หวังพัฒนาศักยภาพเอกชนรองรับไทยแลนด์ 4.0

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด (DIAT) โดยนายมะซะโอะ ซึเอะมัทซึ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ DIAT เรื่อง “ความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยที่มีอยู่กว่า 140,000 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ สนช. จะเป็นผู้ประสานงานให้กับบริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และบริษัทในเครือ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และ สถาบันการศึกษาในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมภาคผลิตผ่านองค์ความรู้และประสบการณ์จากบริษัท เด็นโซ่ คอร์ปเปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของ สนช. จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดโอกาสความร่วมมือระหว่าง สนช. และบริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และยังสามารถขยายผลไปยังอุตสาหกรรมด้านอื่นต่อไปอย่างต่อเนื่องในอนาคต เช่น เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และเทคโนโลยีเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์

  

ข้อมูลเพิ่มเติม: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. โทรศัพท์ 02 - 017 5555 ต่อ 604 (อาศยา)

การพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นแนวคิดการพัฒนาที่มุ่งนําเอาทรัพยากรธรรมชาติและศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆ มาใช้เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของพื้นที่ ในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจนั้น กล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน ทุนมนุษย์ และความก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน โดยทั่วไปแผนการพัฒนาเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มการลงทุน โดยยังขาดการเชื่อมโยงกับมิติของการพัฒนาบนพื้นฐานของความก้าวหน้าทางวิทยาการ

สนช. เล็งเห็นถึงความสำคัญของ "การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่" (Area Based Innovation) ซึ่งจะเป็นการนำเสนอรูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นฐานของปัจจัยการพัฒนาในทุกมิติ โดยในเบื้องต้น สนช. ร่วมหารือกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และจังหวัดระยอง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ “นวัตกรรมเศรษฐกิจเชิงพื้นที่สู่อาเซียน” โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันในการสนับสนุนข้อมูลทางสถิติ ข้อมูลสารสนเทศภูมิอากาศ และข้อมูลศักยภาพของแหล่งวัตถุดิบเพื่อการผลิต รวมถึงศักยภาพด้านการลงทุนของภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลและวิเคราะห์ในการสนับสนุนนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล โดยดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมและวิสาหกิจเริ่มต้นรวมเกิดเป็นคลัสเตอร์ มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือและกลไลที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยและผู้ดำเนินกิจกรรมในย่าน เพื่อเชื่อมต่อผู้คนและไอเดียภายในพื้นที่ (connecting) รวมถึงการมีกลไกที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน (co-creation) แบ่งปันความรู้แก่กัน  (knowledge sharing) ของชุมชน ธุรกิจ และหน่วยงานในพื้นที่

ในเบื้องต้นของการดำเนินการจะมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่นำร่องในแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS Southern Economic Corridors: EWEC) ซึ่งมีความยาว 1,320 กิโลเมตร เชื่อมต่อประเทศพม่า-ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางบกที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงสินค้า วัฒนธรรม แหล่งความรู้ ระหว่างทะเลอันดามันและมหาสมุทรแปซิฟิก ดังแสดงในรูปด้านล่าง ทั้งนี้การดำเนินโครงการนี้จะมีการวิเคราะห์ห่วงโซ่มูลค่า (value chain) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเป็นนวัตกรรมเศรษฐกิจเชิงพื้นที่สู่อาเซียน โดยมีเป้าหมายในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การท่องเที่ยว การค้า การขนส่ง และการเกษตร

สนช. ดำเนินการยกระดับศักยภาพทางนวัตกรรมในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมทั้งในระดับภูมิภาค ระดับเมือง และระดับย่าน ได้แก่ ระเบียงนวัตกรรม (Innovation Corridor) เมืองนวัตกรรม (Innovation City) และย่านนวัตกรรม (Innovation District) ซึ่งจะมีการพัฒนาใน 3 ส่วน ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม การบริหารทรัพยากรเพื่อให้เกิดพื้นที่นวัตกรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีเป้าหมายหลักได้แก่

  • เกิดขั้วความเจริญเติบโตทางนวัตกรรมในระดับภูมิภาค (Regional Growth of Innovation) ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ
  • เกิดความร่วมมือ ภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย-ชุมชน ในท้องที่เป้าหมาย (Local Quadruple Helix, LQH)
  • มีพัฒนาการด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและเกิดการใช้จริงในพื้นที่

 “ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม”

เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าในการสนับสนุน โครงการนวัตกรรมที่มีลักษณะการพัฒนาโครงการในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม สมาคม จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับการทำต้นแบบ การทดสอบระดับนำร่อง จนถึงการผลิตในเชิงพาณิชย์

ลักษณะโครงการนวัตกรรม

จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เช่นเดียวกับโครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” และ/หรือ โครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” แต่การดำเนินโครงการนวัตกรรมจะต้องเป็นในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ ที่มีกลุ่มการดำเนินงานครบตามกระบวนการทางธุรกิจตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาดจนถึงการจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • สนช. สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่า ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ
  • ระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 3 ปี

ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขอรับการสนับสนุน

  • รายละเอียดของผู้ติดต่อ
  • รายละเอียดของบริษัท เช่น
    • ปีที่เริ่มดำเนินกิจการ
    • จำนวนพนักงาน
    • รายได้รวมของบริษัทปีที่ผ่านมา
    • สัดส่วนผู้ถือหุ้น
    • ประเภทธุรกิจ
  • รายละเอียดของโครงการที่ต้องการขอรับการสนับสนุน ประกอบด้วย
    • ชื่อโครงการนวัตกรรมภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ
    • คำสำคัญ (Keywords)
    • เป้าหมายของโครงการ
    • วัตถุประสงค์ของโครงการ
    • แนวทางการดำเนินโครงการ
    • ประเภทของนวัตกรรม
    • ระดับความเป็นนวัตกรรม
    • ข้อบ่งชี้ความเป็นนวัตกรรม
    • หลักฐาน/เอกสารยืนยันใช้อ้างอิงความเป็นนวัตกรรม
    • เครือข่ายและหน่วยงานที่ร่วมมือในโครงการ
    • มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (โดยประมาณ)  และ หน่วยงานผู้ประเมิน
    • มูลค่ารวมของโครงการ
  • สิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน

 

แบบเสนอโครงการนวัตกรรม (Proposal Template)

"การสนับสนุนด้านวิชาการ"

เป็นการช่วยเหลือทางด้านวิชาการและการประสานงาน เพื่อนำไปสู่โครงการนวัตกรรม โดยสำนักงานจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจำนวนจริงในรูปของเงินให้เปล่า (grant) ให้แก่ผู้ที่สำนักงานว่าจ้างมาหรือเห็นชอบให้ว่าจ้างโดยผู้ขอรับการสนับสนุน ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการนวัตกรรมและความเห็นชอบของ สนช.

 

แบบเสนอโครงการนวัตกรรม (Proposal Template)

 

ลักษณะการสนับสนุน

เป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • การพัฒนาข้อเสนอโครงการนวัตกรรม (project proposal development) รวมทั้งการจัดทำแผนธุรกิจให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม โดยอาศัยการแนะนำของที่ปรึกษาโครงการ ในช่วงก่อนการพิจารณาอนุมัติโครงการ และการติดตาม ให้คำแนะนำในช่วงหลังการอนุมัติโครงการ
  • การแสวงหาหรือการวิเคราะห์เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมนั้น
  • การศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด ทางธุรกิจ และการลงทุนของโครงการนวัตกรรม
  • การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือความรู้เฉพาะ (know-how) รวมทั้งการทดสอบหรือประเมินความเป็นไปได้ของความคิดทฤษฎีและข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับการนำเอาเทคโนโลยีหรือวิธีการใหม่มาใช้ในประเทศ
  • การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้หรือทักษะความชำนาญที่จำเป็นต่อการพัฒนาหรือการนำเอานวัตกรรมมาใช้ในทางปฏิบัติ
  • การปรับเปลี่ยนกระบวนการธุรกิจหรือสร้างวัฒนธรรมองค์กร หรือระบบการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ หรือเทคโนโลยีใหม่
  • การช่วยเหลือประสานงานในขั้นตอนต่างๆ ของโครงการนวัตกรรม ซึ่งรวมทั้งการประชุมระดมสมอง การสืบค้นข้อมูลการตลาด การค้า การส่งออก การลงทุน การปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือการหาผู้ร่วมทุนในภาครัฐและเอกชน
  • การประเมินผลโครงการนวัตกรรมและเผยแพร่ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ

หลักเกณฑ์การสนับสนุน

  • ให้การสนับสนุนด้านวิชาการแก่บุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงานวิจัย ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับโครงการนวัตกรรม

ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขอรับการสนับสนุน

  • รายละเอียดของผู้ติดต่อ
  • รายละเอียดของบริษัท เช่น
    • ปีที่เริ่มดำเนินกิจการ
    • จำนวนพนักงาน
    • รายได้รวมของบริษัทปีที่ผ่านมา
    • สัดส่วนผู้ถือหุ้น
    • ประเภทธุรกิจ
  • รายละเอียดของโครงการที่ต้องการขอรับการสนับสนุน ประกอบด้วย
    • ชื่อโครงการนวัตกรรมภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ
    • คำสำคัญ (Keywords)
    • เป้าหมายของโครงการ
    • วัตถุประสงค์ของโครงการ
    • แนวทางการดำเนินโครงการ
    • ประเภทของนวัตกรรม
    • ระดับความเป็นนวัตกรรม
    • ข้อบ่งชี้ความเป็นนวัตกรรม
    • หลักฐาน/เอกสารยืนยันใช้อ้างอิงความเป็นนวัตกรรม
    • เครือข่ายและหน่วยงานที่ร่วมมือในโครงการ
    • มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (โดยประมาณ)  และ หน่วยงานผู้ประเมิน
    • มูลค่ารวมของโครงการ
  • สิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนจาก สนช.

สนช. เรียนเชิญผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน กิจการเพื่อสังคม และประชาชนที่สนใจ ร่วมงานเปิดตัวหนังสือ 
“ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม (100 Faces of Thailand’s Innovation Inspirers)” พร้อมชมนิทรรศการเรื่องราว ผลงาน แนวคิด ความสำเร็จของสุดยอดผู้นำทางด้านนวัตกรรมในหลากหลายสาขาอาชีพ จำนวน 100 คน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจกับคนไทยในปัจจุบันไม่หยุดคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมผ่านตัวอย่างจริง บุคคลจริง และความสำเร็จที่แท้จริง รวมถึงการเสวนาประสบการณ์ของตัวแทนบุคคลในหนังสือที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาในช่วงเย็นของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 24-28 มกราคม 2561 ณ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ

ภายในงานยังมีนิทรรศการเรื่องราวของบุคคลทั้ง 100 ท่านและซุ้มถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยี
โฮโลแกรม ซึ่งผู้เข้าชมจะสามารถถ่ายภาพโฮโลแกรมของบุคคลทั้ง 100 ท่าน หรือจะถ่ายกับโฮโลแกรมของตัวเองก็ได้ รวมถึงการเสวนาเรื่อง “การสร้างการเปลี่ยนแปลง” ของตัวแทนบุคคลในหนังสือที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาบอกเล่าประสบการณ์ในช่วงเย็นของทุกวัน ทั้งนี้  สนช. หวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะถ่ายทอดชีวิตและการเดินทางของความคิดสร้างสรรค์ของ “นวัตกรไทย” จากหลากหลายสาขาอาชีพและประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับ “คนไทย” ได้ซึมซับเอาพลังสร้างสรรค์จากบุคคลเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นคิดค้นนวัตกรรมรูปแบบของตัวเอง

สนช. เรียนเชิญผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน กิจการเพื่อสังคม และประชาชนที่สนใจ ร่วมงานเปิดตัวหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมและโครงการขยายผลนวัตกรรมเพื่อสังคม เป็นกลไกสนับสนุนด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของสนช. ในวันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2561 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้อง sapphire I-II ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ

โดยในงานจะพบกับ การเสวนาโดยหน่วยงานขับเคลื่อนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation Driving unit) สำหรับกิจกรรมพัฒนาแนวคิดสู่ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เทคโนโลยีต้นแบบเพื่อการขยายผล” สำหรับผู้ที่สนใจรับนวัตกรรมต้นแบบไปขยายผลใช้จริงภายใต้ “โครงการขยายผลนวัตกรรมเพื่อสังคม (Innovation Diffusion)” ผู้เข้าร่วมสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.nia.or.th/social

กลับมาแล้วกับกิจกรรม "UAV startup 2018" ภายใต้แนวคิด Automous System & Data Analytics โดยแบ่งเป็น "UAV Application" ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม เพื่อร่วมค้นหาไอเดียธุรกิจใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

การแข่งขันเป็น 3 รอบ ได้แก่

1 รอบการประกวดไอเดีย ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท/โครงการ ด้านเศรษฐกิจ 10 โครงการ ด้านสังคม 10 โครงการ เพื่อใช้ในการพัฒนาข้อเสนอโครงการ และเข้ารับการอบรมด้านเทคโนโลยีและธุรกิจจาก สนช. และ สทอภ. โดยผู้ได้รับการคัดเลือกต้องส่งข้อเสนอโครงการและต้องให้คณะกรรมการเห็นชอบก่อนรับเงินรางวัล

2 รอบการประกวดข้อเสนอโครงการ ได้รับเงินรางวัล 80,000 บาท/โครงการ ด้านเศรษฐกิจ 5 โครงการ ด้านสังคม 5 โครงการ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลงานต้นแบบ โดยผู้ได้รับการคัดเลือกต้องส่งผลงานต้นแบบและต้องให้คณะกรรมการเห็นชอบก่อนรับเงินรางวัล

3 รอบการประกวดผลงานต้นแบบ คัดเลือกผู้ชนะการประกวดด้านเศรษฐกิจ 3 รางวัล ด้านสังคม 3 รางวัล รางวัลที่ 1 รับเงินรางวัล 120,000 บาท รางวัลที่ 2 รับเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลที่ 3 รับเงินรางวัล 30,000 บาท

สนใจเข้าร่วม workshop ชี้แจ้งรายละเอียด วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ที่ http://www.nia.or.th/uav_workshop

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.nia.or.th/uav-startup/

สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ขอเชิญวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ผู้ประกอบการ SMEs
และบริษัทขนาดใหญ่ เข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร

“MIND CREDIT TRAINING 2 : Legal and Intellectual Property Strategy& Financial Management for Innovative Business and Entrepreneurs” 
ระหว่างวันที่ 30 – 31 มกราคม 2560 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ (ราชดำริ) ห้องเดอะแซฟไฟร์ ชั้น 23

ลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://www.nia.or.th/MINDCREDIT_Training2  ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 มกราคม 2561 (รับจำนวนจำกัด)

เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจนวัตกรรมรวมถึงเปิดมุมมองใหม่ในการบริหารธุรกิจนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ด้านกฎหมายธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา และการวางแผนกลยุทธ์ทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจได้อย่างชัดเจน ด้วยการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะจากบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ (Professional Service Providers) ที่สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ

วัน เวลา อบรม: ระหว่างวันที่ 30 – 31 มกราคม 2561 เวลา 08.30 – 17.00 (จำนวน 2 วัน 12 ชั่วโมง)
สถานที่ฝึกอบรม: ณ ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ (ราชดำริ) ห้องเดอะแซฟไฟร์ ชั้น 23
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: นางสาวศุฑามาศ กลิ่นหอม โทรศัพท์ 02-017-5555 ต่อ 632 อีเมล: sutamas@nia.or.th

มาร่วมต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อสร้างธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร
ศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร ABC center สนช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญ ผู้ประกอบการด้านการเกษตร ได้แก่ บริษัท ห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนสามัญ. Startup SE ร้านค้าจดทะเบียนพาณิชย์ สหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งนักวิจัย และอาจารย์
ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร เข้าร่วมงานสัมมนา “AgTech Innovation Forum” ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2561 เวลา 9.00 – 16.30 น. ณ ห้องกมลทิพย์ 1-2 โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนพญาไท กรุงเทพฯ
โดยเป็นการสัมมนาให้ความรู้แนวทางการต่อยอดผลงานวิจัยด้านนวัตกรรมการเกษตรที่พร้อมต่อยอดสู่นวัตกรรม รวมทั้งการนำเสนอผลงานและแสดงโปสเตอร์ผลงานวิจัยที่มีศักยภาพของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาขอให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับ : โครงการนวัตกรรมที่จะเสนอขอทุนจาก สนช. /งานวิจัย/หัวข้อการพัฒนานวัตกรรมการเกษตรที่สนใจ
ลงทะเบียนออนไลน์ http://www.nia.or.th/AgTech ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 มกราคม 2561
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mailto:agtech@nia.or.th หรือโทรศัพท์ 02-017 5555 ต่อ 543 (มณฑา,นงนุช) 544 (สิรพัฒน์)

**เงื่อนไขการสมัคร: สนช. ขอสงวนสิทธิ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมสัมนนา
ฟรี...ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

Social Innovation

Admittedly, the idea of Social Innovation has become a new corporate strategy admired by business organizations worldwide. With innovative solutions developed to tackle various social problems, Thai people will be offered highly efficient tools and procedures for creating a better society. As the implementation is not limited to practices, systematic thinking and creative ideas will immensely encourage unquestionable sustainability for the society’s businesses to be driven by community enterprises, cooperative members, retail shop owners, agriculturists, and social enterprises. The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has underscored the importance of creating new solutions for innovative businesses with added values, backed by proactive management strategies fostered to achieve all implementation processes as planned. The NIA also focuses on the development of cultural and social innovation to immensely benefit the society, environment, and community as a whole, as part of a strategy to lead Thai people to the creation of “Social Innovation”.        

Considered a primary organization that drives the National Innovation System (NIS) for the country, the NIA has determined to rely on a number of academic and financial mechanisms. Previously, the organization emphasized the enhancement of innovation for the private sector. At present, “Social Innovation Business” has been strengthened according to the NIA’s long-term innovation development plan, where community-based businesses will be empowered with greater potential and competitiveness in a sustainable way. With the progress of science, technology, and innovation, the NIA is ready to disseminate specialized knowledge obtained from large-sized entrepreneurs to community business owners, while creating “Shared Value” between them fairly and equally.   

  • The NIA is considered one of the key public organizations that helps boost the integration of innovation, in collaboration with the Office of Permanent Secretary, the Ministry of Science and Technology, the Department of Science Service, the Thailand Institute of Scientific and Technological Research, the National Science and Technology Development Agency, and the Thailand Institute of Nuclear Technology. Admittedly, the “STI Coupon for OTOP Empowerment” project is one of the NIA’s key responsible tasks, focusing on six major development aspects including the development of quality raw materials, the development of innovative products and services, the development of innovative production, the development of applied machinery designs, and the development of standardization. These strategic plans have been targeted to cover all OTOP and startup business groups. Currently, the OTOP Startup Business is gaining huge popularity from young people, the OTOP Existing Business currently includes up to 70,000 registered products, and the OTOP Growth Business is ready to break into the genuine SME business in a more open and competitive manner.

 

  • The NIA has recently signed a collaboration agreement with a total of 35 public and private organizations under the concept “Empowering the OTOP Business with Innovative Science and Technology” with the aim of increasing the efficiency and competitiveness of the OTOP business through advanced science, modern technology, and new innovation. Significantly, OTOP businesses and community enterprises are encouraged to use natural resources as well as local wisdom in the most productive way, supported by the advancement of science, technology, and innovation. This helps create genuine uniqueness for all entrepreneurs, where their products and services will be equipped with greater quality and properly certified standards. OTOP businesses and community enterprises are expected to shine in the SME industry so as to greatly satisfy consumers from both domestic and international markets, leading to the enhanced opportunity of career development and income maximization. As a consequence, innovation can guarantee a better quality of life for people in different communities, serving as a key mechanism for generating greater economic and social development for the country.

STI Coupon for OTOP Empowerment

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has fostered the integration of collaboration among affiliated agencies under the supervision and management of the Ministry of Science and Technology, as part of its intention to boost greater efficiency and competitiveness for the One-Tambon-One-Product (OTOP) entrepreneurs and community enterprises. To make such an idea achievable, business providers are required to apply advanced science, modern technology, and new innovation into their day-to-day operations, varying in the advancement of products and services, quality of raw materials, creativeness of package designs, efficiency of production process, capacity of machines, and certification and accreditation of product and service quality. These key factors are expected to benefit the agricultural, industrial, and commercial sectors as a whole.

The OTOP entrepreneurs and community enterprises can be divided into three major groups: 

  1. OTOP Startup Business – This includes business newcomers, cooperative members, agriculturists, and general people who have not registered as OTOP or startup business providers, but who are eager to acquire greater knowledge and ability in operating a business based on advanced science, technology, and innovation.   
  2. OTOP Existing Business – These are registered OTOP and startup business entrepreneurs who have a passionate desire to upgrade the quality and standards of their products and services, while being able to maximize their potential and competitiveness by relying more on the application of science, technology, and innovation.
  3. OTOP Growth Business – Unlike the aforementioned groups, OTOP and startup business entrepreneurs under this category have already completed the OTOP or startup business registration and are seeking a greater opportunity to achieve continuing growth and generate further expansion in various markets worldwide. However, these OTOP or startup business entrepreneurs still require the application of advanced science, modern technology, and new innovation to be more efficient and competitive in both domestic and international markets.

Six development services are explained below:

  1. Product Innovation Development
  2. Packaging Innovation Development
  3. Production Innovation Development
  4. Standard Innovation Development
  5. Machinery Innovation Development
  6. Upstream Raw Material Development

The NIA plays a significant role in driving forward the innovative enterprise sector for the Thai society to facilitate innovation systems based on the use of appropriate knowledge and technology. Actual implementation and community involvement are expected to provide the OTOP and startup businesses with revolutionary innovation. Additionally, it is required to establish a strong foundation for innovative community-based businesses in a more competitive and sustainable manner, where science, technology, and innovation will certainly create valued-added economy and society for Thailand and various forms of benefits will be shared to all people fairly and equally.  

The NIA has taken part in a career development program launched to support social innovation enterprises in certain local provinces, which can be described below:

  • Rubber Batik Color Separator, Songkhla Batik Community Enterprise, Songkhla province.
  • Translucent Nano-Clay Pottery, Ban Muangkung Pottery Community Enterprise, Chiang Mai province.  
  • Naturally Woven Fiber Textile, Ban Phu Juang Ancient-Style Weaving Community Enterprise, Uthai Thani province.

Research for Innovation

The “Research for Innovation” project, also known as “R4i”, aims to promote brand-new businesses developed based on the diversification concept. The R4i business is empowered by laboratory-scale research to achieve industrial manufacturing-scale results, which are not limited to those certified by the National Research Council of Thailand (NRCT). To obtain desirable results of implementation, the Thailand Research Organizations Network (TRON) is required to deploy its executive committee to take part in selecting outstanding research and studies to be considered as fundamental models of the project.   

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has stated that innovation is primarily driven from the advancement of research, inventions, and patents, which are technologically developed for business and commercial purposes. Such progress highlights the evolvement of brand-new products and services, upgraded production processes, and advanced management strategies, apparently leading to enhanced efficiency and maximized profits. Innovation can also allow new companies to be established based on the “Research-Based Industry” concept. Obviously, organization-focused innovation and modernized business strategies can ensure substantial benefits to the Thai society at large.

Regardless of size or period of business operations, interested business owners intending to join the R4i project are primarily required to pursue the following requirements:    

  1. Select interesting research shown on the list of research programs of this website. If there is no interesting research program appearing on the list, it is required to re-check the names of the entire research programs from the website www.tnrr.in.th, where the name of researcher, original organization, research program must be fully acknowledged.

For more information, please visit www.slideshare.net/kantweerakant.

  1. Contact the NIA directly via email. Send the required information stated in No. 1 with the attached company profile to kant@nia.or.th to ensure the acquisition of the required contact information, for instance, the researcher of the research program and all parties involved.              
  2. Make an approach to the researcher of the selected research program to discuss the possibility to turn such beneficial research program into reality.
  3. Liaise with a responsible intellectual property administrator of the original organization of the researcher or related parties to sign a collaboration agreement to disseminate knowledge and wisdom obtained from the selected research program in an accurate and appropriate manner.
  4. Efficiently work on an innovation development project to be eligible to win financial support provided by the NIA.  

The NIA has generated efficient development of academic and general research programs by obtaining concrete support from well-known public organizations, consisting of the National Research Council of Thailand (NRCT), the Agricultural Research Development Agency (ARDA), the Thailand Research Fund, the Health Systems Research Institute (HSRI), the National Science and Technology Development Agency (NSTDA), and the Office of the Higher Education Commission. This strategic cooperation has secured the achievement of the R4i project, encouraging more than 30 research programs to shine with advanced innovation towards the establishment and operations of several businesses. Furthermore, the NIA has collaborated with intellectual property management agencies of locally renowned universities to boost greater effectiveness of intellectual property management systems. Reportedly, online public relations media has been developed to attract larger groups of innovative people, with more than 18,000 views achieved over a short period of time. The NIA has also organized a knowledge sharing program to unveil the accomplishment of innovation-based research and systems worldwide. Remarkable innovation masterpieces are taken from the United Kingdom, Japan, Israel, Sweden, and more. Nonetheless, the results of implementation are expected to facilitate the seamless connectivity and integration of innovation-based information for researchers, business industries, and program users substantially and completely.

The “Innovation Coupon” project is launched to upgrade and improve the quality and competitiveness of Thailand’s small and medium-sized enterprise (SME) industry stimulating it to shine in the ASEAN Economic Community (AEC) in the second phase. This helps promote the existence of new SME businesses in various fields, where academic and general research can be conducted according to the private sector’s actual requirements. As a consequence, the SME industry will be offered enhanced quality and greater competitiveness, allowing it to be ready to cope with changing economic situations in the future. As the first phase was introduced between 2010-2012, the Innovation Coupon project could efficiently support the Innovation Service Provider (ISP) by encouraging SME owners to come up with 277 innovation-based business projects. According to a report, 832 of interested individuals had been selected to be in the team of the Innovation Service Provider. Also, research conducted by King Mongkut’s University of Technology North Bangkok unveiled that the Innovation Coupon project was able to generate 4.95 times economic impact. In other words, 1 baht of public investment budget could make a profit of 4.95 baht.    

A public and private committee has come up with effective solutions to tackle economic difficulties referring to the Economic Development Policy No. 1/2014, where the National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has been offered concrete support to launch the Innovation Coupon project, as part of a strategy to boost strength for the Thai SME sector

to be recognized in the ASEAN Economic Community in the second phase, which is estimated to be valued at some 500 million baht. The NIA, in cooperation with the Federation of Thai Industries and the Thai Chamber of Commerce, has successfully provided SME entrepreneurs with strategic financial support for further development of commercial technology and society-based innovation to foster the establishment of innovation-based businesses, totaling 250 projects, under a financial budget of 500 million baht. Aside from sustainable growth of the Thai economy, the project is expected to efficiently support the targeted groups of SME businesses, including (1) agriculture and industrial agriculture, (2) food and health product manufacturing and industrial creativity, (3) non-food production, (4) future challenge, and (5) tourism, telecommunications, communications, and logistics services.        

Referring to successful performance as of September 30, 2016, the National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has offered substantial financial support to 202 SME projects valued at 170,467,674.46 baht, following a total project value of 398,872,954.86 baht, with a new investment budget estimated to be valued around 2,280 million baht.

 

Innovation District

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has upgraded its strategic policies to accelerate greater infrastructure development in line with the creation of an innovation ecosystem, while encouraging people’s community involvement in promoting the “Innovation District” strategy, considered a new city planning and design concept that has been fostered based on a development strategy to attract larger innovation-based business providers. Therefore, it is required to generate effective development of infrastructure, tools, and mechanisms that can facilitate innovative businesses as well as enhance people’s quality of living, with the aim to generate seamless connectivity between smart people and their innovative ideas. There is an important mechanism developed to promote co-creation and knowledge sharing among people of innovation. The NIA has also underlined the significance of strengthening its innovation competency by initiating the Yothi Innovation District project serving as Thailand’s first-ever innovation district model that focuses on three development aspects, including Medical Technology (MEDTECH), Government Technology (GOVTECH), and City Technology (CITYTECH).

Area-Based Innovation

This strategy has been developed to accelerate innovation potential in certain residential areas and generate the co-creation of communal innovation opportunities for people via the Yothi Innovation District project, emphasizing mainly on the development of medical innovation, e-Government, and area-based innovation. 

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has determined to maximize people’s innovation potential at an area-based level, leading to the Innovation Corridor, Innovation City, and Innovation District. In other words, the increase of innovation potential will focus mainly on three developmental aspects, consisting of promoting infrastructure development conforming to the advancement of an innovative ecosystem, managing vital resources to stimulate area-based innovation, and fostering community involvement.

Innovation Corridor

East-West Economic Corridor (EWEC)

The GMS Southern Economic Corridor possesses an approximate distance of 1,320 kilometers that strategically connects Thailand, Myanmar, Cambodia, and Vietnam together. 

In fact, the area-based innovation has taken into account the efficiency of being exposed to geographical strengths and natural resources in certain communities, expecting to stimulate economic and social development in various living areas. Key strategies used for driving economic and social progress consist of communal industry, infrastructure, human resources, and advances in science and technology. The economic and social development plan generally focuses on the advancement of infrastructure and investment. However, the plan still faces extreme difficulty due to a lack of knowledge-based and technological support.    

The NIA has recognized the importance of advancing area-based innovation based on the development of overall aspects. The NIA, in collaboration with the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) (GISTDA), the Designated Areas for Sustainable Tourism Administration (Public Organization) (DASTA), the Industrial Estate Authority of Thailand (IEAT), and Rayong Provincial Governor’s Office, has launched the “Area-Based Economic Innovation to ASEAN” project, while signing a Memorandum of Understanding with the mentioned organizations to support the acquisition and completion of statistical data, climatological information, details of potential raw materials used for production, and facts on potential investments generated by the public and industrial sectors, as part of the goal to get the required data processed and analyzed complying with the government’s policy on the Special Economic Development Zones. In order to make such ideas achievable, the NIA has hence invited experienced innovation-based business providers and new startup entrepreneurs to work together to create a potential innovation cluster, emphasizing on the development of infrastructure, tools, and mechanisms required for successful business operations and a better quality of life for people in different communities. This helps encourage people to create productive ideas towards the progress of innovation, promote the co-creation of innovation through innovative concepts, and foster knowledge sharing among agencies, businesses, and people in various communities.     

Initially, the NIA will implement development by focusing on the government’s policy of the Special Economic Development Zones in accordance with the GMS Southern Economic Corridor (EWEC), with a distance of approximately 1,320 kilometers. The GMS Southern Economic Corridor has been developed to strategically connect Thailand, Myanmar, Cambodia, and Vietnam together, and is considered a crucial land transportation route that can greatly facilitate the shipment of goods along the entire distance between the Andaman Sea and the Pacific Ocean, while unveiling mainstream cultures and core knowledge of innovation reflected in business operations and daily routines. However, value chain analysis is required to pinpoint desirable strategies in driving the area-based innovation to the ASEAN Economic Community (AEC), with the NIA’s ambitious goal to help Thailand achieve all innovation aspects, including those of industry, tourism, commerce, transportation, and agriculture.

 

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ด้วยการผลิตแผ่น Rigid A-PET Sheet แบบลามิเนต (laminated) 3 ชัน ด้วยเครื่องฉีดพลาสติก (extruder) 2 ตัว ทั้งนี้ แผ่น Rigid A-PET Sheet ชันกลางจะมีส่วนผสมของเกล็ดพลาสติกบดที่มาจากการตัดขอบหรือ scrap ร้อยละ 87.5 โดยน้ำหนักพลาสติกชั้นกลาง ในขณะที่ชั้นบนและชั้นล่างด้วยแผ่น Rigid A-PET Sheet ที่ผลิตด้วยเม็ดพลาสติกใหม่ทำให้แผ่น Rigid A-PET Sheet ที่ผลิตนี้มีความใส ไม่เป็นจุดดำหรือฟองอากาศ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่มีขายทั่วไปที่มีส่วนผสมของ scrap ร้อยละ 30 หากแต่มีอัตราส่วนของ scrap ต่อม็ดพลาสติดใหม่ 70:30 โดยน้ำหนัก

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เครื่องฆ่าเชื้ออาหารระบบพ่นน้ำในระดับอุตสาหกรรมครัวเรือนที่มีการออกแบบให้ห้องฆ่าเชื้อ ชุดกำเนิดไอน้ำ และอุปกรณ์ประกอบติดตั้งอยู่ภายในเป็นชุดอุปกรณ์เดียวกันติดตั้งและใช้งานง่ายเพียงเชื่อมต่อกับไฟฟ้าและประปาครัวเรือนเช่นเดียวเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจากมีการนำนำ ร้อนที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำ กลบั มาใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำ ใหม่ทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าต่ำแต่ยังคงได้ค่าความร้อนสูง

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ระบบฆ่าเชื้อน้ำผลไม้ด้วยสนามไฟฟ้าแบบพัลส์ ซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์โดยการสร้างสนามไฟฟ้าจากการจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงแบบพัลส์ไปที่ขั้วอิเล็กโทรดที่ความเข้มประมาณ 40 kV/cm เข้าไปในห้องฆ่าเชื้อทำให้เชื้อจุลินทรีย์ถูกทำลายด้วยกระบวนการอิเล็กโตรโพเรชั่นที่อุณหภูมิน้อยกว่า 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลานการฆ่าเชื้อน้อยกว่า 10 วินาที โดยหลังจากผ่านการฆ่าเชื้อน้ำผลไม้จะถูกลำเลียงไปยังห้องบรรจุเพื่อรอจำหน่าย ต้นแบบระบบฆ่าเชื้อน้ำผลไม้มีกำลังการผลิต 50-500 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถกำจัดหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และเนื่องจากเป็นการฆ่าเชื้อที่อณุหภมูิต่ำทำให้สามารถรักษารสชาติหรือคุณค่าทางโภชนาการของน้ำผลไม้ไว้ได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตคอมบูชาเข้มข้น สำหรับเป็นหัวเชื้อสำหรับนำไปส่งในโรงงานบรรจุโดย ขั้นตอนการผลิตใช้กระบวนการหมักแบบ Fed-batch fermentation เพื่อลดระยะเวลาการหมักให้เหลือเพียง 15 วัน ผลิตภัณฑ์จะถูกทำให้เข้มข้นด้วยเครื่องระเหยแบบฟิล์มบางโดยไม่ใช้ความร้อน ทำงานร่วมกับเครื่องสกัดด่วนทำการสกัดกลิ่นชาและและสารสำคัญในตัวใบชา เพื่อให้ได้คอมบูชาเข้มข้นขึ้น 5-7เท่า กระบวนการทั้งหมดจะควบคุมปริมาณของกรดกลูคูโรนิก และDSL และทำให้ปราศจากแอลกอฮอล์ โดยคอมบูชาเข้มข้น 1 ลิตร สามารถผลิตคอมบูชาพร้อมดื่มได้ 25 ลิตร โดยที่คุณภาพของสี กลิ่น รส และปริมาณสารสำคัญ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากคอมบูชาพร้อมดื่มในกระบวนการเดิม

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตสาหร่ายเตาอินทรีย์ในบ่อดินภายในโรงเรือนปิดที่มีสภาวะควบคุมการเจริญเติบโตโดยการใช้ระบบ smart control ซึ่งตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ อัตราการไหลและความขุ่นของน้ำ ซึ่งควบคุมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสาหร่ายเตาอินทรีย์ และยังให้สารอาหารที่ผลิตจากวัสดุอินทรีย์ตามสูตรที่อัตราส่วนต่างๆ มีการผันแปรตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตสาหร่ายเตาอินทรีย์ออกมาได้ตลอดทั้งปีอีกทั้งยังมีกระบวนการเก็บเกี่ยวที่ลดการปนเปื้อน กระบวนการทำความสะอาดสาหร่ายเตาอินทรีย์โดยใช้น้ำโอโซนทำให้ปราศจากการปนเปื้อน และยังมีการอบลดความชื้นด้วยเครื่องอบสาหร่ายเตาแบบต่อเนื่องด้วยอินฟาเรดเพื่อยืดอายุและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเส้นด้ายและผ้าผืนผสมเส้นใยนุ่นกับเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ขนสัตว์ กัญชง ด้วยการปรับปรุงกระบวนการสางเส้นใยนุ่น ให้สามารถมีส่วนผสมได้มากกว่าร้อยละ 30 ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอมีคุณสมบัติการเก็บรักษาความอบอุ่น (warm keeping) และต้านทานการซึมน้ำ (water repellent) จึงเหมาะสำหรับการออกแบบเป็นชุดกีฬาอเนกประสงค์ (active wear) สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษในทุกโอกาส

นวัตกรรมระดับโลกด้านกระบวนการขึ้นรูปโลหะผสมชนิด non-ferous ด้วยกระบวนการฉีดขึ้นรูปบนแม่พิมพ์ (die casting) โดยอาศัยเทคโนโลยีการขึ้นรูปแบบกึ่งเหลวด้วยวิธีการปล่อยฟองแก๊ส (gas induced semi-solid forming) ด้วยอุปกรณ์หัวปล่อยฟองแก๊สเฉื่อยให้น้ำโลหะขึ้นรูปจากภายในบางส่วนจนอยู่ในสถานะกึ่งแข็งกึ่งเหลว (slurry) เพื่อลดปัญหาการเกิดฟองอากาศภายในชิ้นงาน และเพิ่มคุณสมบัติการไหลให้สามารถฉีดลงบนแม่พิมพ์ที่มีความซับซ้อนสูงได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ด้วยการออกแบบระบบการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดกึ่งอัตโนมัติ โดยการใช้สารพอลิเมอริคเมทิลีนไดฟี-นิลไดไอโซไซยาเนต (polymeric methylene diphenyl diisocyanate; pMDI) มาใช้เป็นสารเชื่อมประสานทดแทนการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ทำให้ได้แผ่นบอร์ดที่มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน JIS A 5908-1994 และมีสมบัติป้องกันการลามไฟ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการและผลิตภัณฑ์วัสดุซ่อมแซมปิดผิวรถยนต์ (สีโป๊) ที่มีองค์ประกอบของพอลิเอสเทอร์เรซิ่นชนิดไม่อิ่มตัวได้จากการนำขวดเพทที่ใช้แล้วผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยปฏิกิริยาไกลโคไลซิสและเอสเทอริฟิเคชั่น ซึ่งวิธีดังกล่าว จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ ลดระยะเวลาการสังเคราะห์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ผ้าถักสามมิติสำหรับการขึ้นรูปแบบโมลด์คัพ ในการผลิตชุดชั้นในสตรี ด้วยการปรับกลไกของเครื่องถักผ้าแนวนอน (weft knitting machine) และออกแบบชุดควบคุมเส้นด้ายให้สามารถเกิดโครงสร้างผ้าเป็นลักษณะการเชื่อมโยงแบบสามมิติ เพื่อเพิ่มความสามารถในการยืดตัวและความแข็งแรง อีกทั้งผิวสัมผัสของผิวผ้าต้องเรียบไม่เกิดการระคายผิว เมื่อนำไปขึ้นรูปโมลด์คัพสามารถคงรูปและมีความสามารถในการคืนรูปได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เครื่องย้ำหัวท่อแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับผลิตหัวจรวดสมรรถนะสูงซึ่งประกอบด้วยชุดส่งท่อชิ้นงานแบบ 2 แกน ที่สามารถกำหนดระยะการเคลื่อนที่ ความเร็ว เพื่อป้อนท่อชิ้นงานเข้าสู่การบีบอัดด้วยระบบไฮโดรลิกที่สามารถควบคุมแรงบีบและระยะบีบ ผ่านแม่พิมพ์แบบสมมาตรให้เป็นทรงหัวจรวดและนำไปกลึงเพื่อขัดผิวให้เรียบ วิธีการดังกล่าวทำให้สามารถกำหนดรูปทรงชิ้นงานได้หลากหลาย เปลี่ยนแปลงขนาดได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาในการผลิต และลดการสูญเสียเนื้อวัสดุชิ้นงานได้เมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิมซึ่งใช้วิธีการกลึงทั้งหมด

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ผนังสามมิติจากยางพารา โดยการพัฒนาสูตรคอมพาวนด์ให้มีปริมาณยางพาราเป็นองค์ประกอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และมีการเติมสารเติมแต่งที่ทำให้ยางเกิดการพองตัว รวมทั้งเติมสารให้สี สารเพิ่มความมันเงา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันและมันเงา จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผนังสามมิติที่มีคุณสมบัติการทนต่อแรงกระแทกได้ดี มีความนิ่มน้ำหนักเบา กันความร้อน และดูดซับเสียงได้ดี นอกจากนี้ มีการออกแบบวิธีการติดตั้งให้มีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน จึงช่วยเพิ่มทางเลือกด้านผลิตภัณฑ์ตกแต่งให้กับนักออกแบบหรือผู้สนใจที่ต้องการเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับงานตกแต่งภายในอาคาร

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตโฟมอะลูมิเนียม ด้วยการใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปโฟมอะลูมิเนียมด้วยน้ำโลหะในแม่พิมพ์สุญญากาศ โดยใช้วัสดุทรงกลมประเภทเกลือที่สามารถละลายน้ำได้ดีและทนอุณหภูมิสูงเป็นแม่แบบทำให้เกิดโพรงในโฟมอะลูมิเนียม ส่งผลให้สามารถควบคุมขนาดโพรงและความพรุนให้เหมาะสมสำหรับดูดซับเสียงรบกวนที่คลื่นความถี่เฉพาะได้ นอกจากนี้ ยังได้มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ลดเสียงรบกวนความถี่ต่ำด้วยเทคนิคการสั่นพ้องอีกด้วย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตสีพิกเม้นท์คุณภาพสูงจากพืชธรรมชาติโดยนำพืชธรรมชาติมาผ่านกระบวนการสกัดสารให้สี โดยใช้สารส้มเป็นสารติดสี จับกับโมเลกุลของสี และใช้โซเดียมคาร์บอเนตปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง เพื่อให้ได้เฉดสีที่หลากหลาย และช่วยให้เกิดการตกตะกอนเป็นผลิตภัณฑ์สีพิกเม้นท์จากพืชธรรมชาติที่ให้คุณภาพของสีมีความสม่ำเสมอและมีมาตรฐานในระดับอุตสาหกรรม

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์อินทรีย์สำหรับผักเศรษฐกิจ โดยการปรับปรุงพันธุ์ให้มีความต้านทานโรคโดยใช้เทคโนโลยี DNA marker ในการค้นหา gene ที่มีความเหมาะสมสำหรับการผลิตพ่อแม่พันธุ์ และเทคโนโลยีการผสมพันธุ์โดยใช้ระบบตัวผู้เป็นหมัน (male sterile) ในการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสม (F1 Hybrid) ที่มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตและต้านทานโรคสูง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีในการดูแลผลผลิตของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับหลักปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

“ชีวาดี” น้ำหวานดอกมะพร้าวอินทรีย์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบการปลูกพืชอาหารสัตว์อินทรีย์แบบแซม โดยการนำพันธ์ุข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถั่วเหลือง และมันสำปะหลังที่ให้ปริมาณผลผลิตสูง และมีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช มาปลูกร่วมกันด้วยระบบการปลูกพืชแซม โดยแบ่งเป็นการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ร่วมกับมันสำปะหลัง และการปลูกถั่วเหลืองร่วมกับมันสำปะหลัง ทำให้ได้ผลผลิตรวมต่อพื้นที่สูงกว่าการปลูกพืชแต่ละชนิดแบบเดี่ยว ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถบริหารจัดการแรงงานภายในครัวเรือนได้ตลอดทั้งปี

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการคัดบรรจุและรักษาคุณภาพผลไม้เพื่อการส่งออกที่ปราศจากการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน โดยนำเทคโนโลยีการล้างผลไม้ด้วยโอโซน เทคโนโลยีการยืดอายุเก็บรักษาผลไม้ และระบบการแช่ผลไม้ด้วยน้ำร้อนและน้ำเย็นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แบบอัตโนมัติ ตลอดจนระบบการอบไอน้ำร้อนผลไม้แบบแบ่งห้องเข้ามาใช้ในกระบวนการคัดบรรจุ เพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพผลผลิตให้คงที่รวมทั้งลดการใช้แรงงานคนและพลังงานภายในโรงคัดบรรจุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตและโยเกิร์ตพร้อมดื่มจากมะพร้าวอินทรีย์ ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยนำน้ำหางกะทิ (coconut whey) ที่เป็นส่วนเหลือทิ้งจากกระบวนการสกัดน้ำมันมะพร้าวอินทรีย์ มาผ่านกระบวนการหมักด้วยแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีความคงตัวตลอดจนปรับแต่งรสชาติให้มีความหลากหลายตามความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับเด็กเล็กฝึกหยิบจับในรูปแบบข้าวพองอินทรีย์ชนิดละลายในปาก โดยการพัฒนาสูตรขนมจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ ข้าว ผักและผลไม้ ร่วมกับ food additiveและข้าวอินทรีย์ที่ผ่านการ gelatinization ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นรูปเป็นชิ้นด้วยกระบวนการเอกซ์ทรูชันมีอัตราการพองตัวสูงและมีโพรงอากาศภายในละเอียด เมื่อรับประทานแล้วจะมีลักษณะกรอบเบา นุ่ม และละลายได้ง่ายในปาก นอกจากนี้ ยังมีสัดส่วนของผักและผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารในผลิตภัณฑ์สูงกว่าผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับเด็กเล็กอื่นๆ ทั่วไป

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ซอสพริกอินทรีย์ที่มีไลโคพีน (lycopene) สูง ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้พริกชี้ฟ้าพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ร่วมกับเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวอินทรีย์ที่อุดมด้วยไลโคพีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณค่าทางอาหารสูงและกระบวนการผลิตยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศด้านกระบวนการปลูกข้าวและจัดการของเสียแบบครบวงจร ด้วยการจัดการแปลงปลูกชนิดบ่อคอนกรีตขนาดเล็กแบบหมุนเวียนที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน และการใช้สารชีวภัณฑ์ในการเพาะปลูก ส่งผลให้สามารถเก็บรวบรวมตอซังข้าวและฟางข้าวเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและไม่มีของเสียออกจากระบบ นอกจากนี้ ระบบยังใช้แรงงานในการดำเนินงานจำนวนน้อย ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านที่หมักจากข้าวไทย “อุ” โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ได้แก่ การควบคุมสภาวะในการหมักการควบคุมระดับของการกรอง (degree of filtration) วิธีการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิต่ำ (low temperature long time; LTLT) เพื่อควบคุมคุณภาพด้านประสาทสัมผัสและความปลอดภัย และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและสะดวกต่อการบริโภค เพื่อยกระดับเครื่องดื่มอุให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ส่งเสริมวัฒนธรรมการบริโภคและความเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มไทย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องลืมผัวอบกรอบพร้อมทาน โดยการนำข้าวกล้องลืมผัวซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มาให้ความร้อนด้วยกรรมวิธีการนึ่งและทอดด้วยน้ำมันจนเมล็ดข้าวพองสุก คลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงรส แล้วนำไปผ่านกระบวนการอบด้วยไมโครเวฟเพื่อไม่ให้ข้าวอมน้ำมัน จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องลืมผัวอบกรอบพร้อมทานที่เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพและสะดวกในการรับประทาน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวกล้องลืมผัวได้มากถึง 7 เท่า

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันอินทรีย์รายแรกของประเทศไทย โดยการนำน้ำหมากเม่าอินทรีย์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะแอนโทไซยานิน (anthocyanin) มาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันด้วยการเสริมใยอาหารจากวุ้นเมล็ดแมงลักที่สกัดโดยวิธีทางชีวภาพ ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติช่วยดักจับโมเลกุลน้ำตาลและไขมันภายในระบบทางเดินอาหาร และยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์พรมจากยางพาราและกัญชง สำหรับยานยนต์และการตกแต่ง โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตยางธรรมชาติเสริมแรงด้วยเศษกัญชงที่มีการปรับปรุงทางเคมีเพื่อเพิ่มแรงยึดติดระหว่างยางกับกัญชง ร่วมกับการพัฒนาให้ยางพาราสามารถแทรกตัวและเชื่อมประสานกับผ้าทอจากกัญชง ที่มีการปรับปรุงการตีเกลียวของเส้นด้ายและปรับโครงสร้างผ้าให้เพิ่มคุณสมบัติทนต่อแรงขัดถู ซึ่งพรมจากยางพาราและกัญชงมีสมบัติลดการเกิดไฟฟ้าสถิตย์และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบการผลิตแตงโมอินทรีย์ภายใต้สภาพโรงเรือนพื้นที่ลุ่ม โดยเป็นการพัฒนารูปแบบการผลิตแตงโมอินทรีย์แนวตั้งบนรางปลูกยกสูงเหนือพื้นดิน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งพัฒนาสูตรวัสดุปลูกที่มีธาตุอาหารเพียงพอต่อความต้องการของแตงโม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยให้อากาศผ่านระบบการให้น้ำบริเวณรากพืช ซึ่งรูปแบบการผลิตดังกล่าวทำให้ผลผลิตแตงโมอินทรีย์มีคุณภาพและมีปริมาณผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่สูงขึ้น รวมทั้งสามารถผลิตได้ทุกฤดูกาล

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเส้นด้ายและผ้าผืนจากเส้นใยผักตบชวาด้วยการปรับปรุงกระบวนการตีเส้นใยผักตบด้วยเครื่องตีสางเส้นใยระบบกึ่งอัตโนมัติ ให้สามารถมีส่วนผสมได้มากกว่าร้อยละ 20 ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอมีคุณสมบัติสวมใส่สบาย ตลอดจนการบริหารจัดการวัชพืชของแหล่งน้ำให้เกิดการสร้างคุณค่าเกิดเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมระดับประเทศด้านรูปแบบธุรกิจการทำลายหรือกำจัดซากสัตว์ด้วยรถบริการกำจัดซากสัตว์ที่ออกแบบระบบการเผาไหม้แบบให้ความร้อนสูงต่อเนื่อง และระบบบำบัดมลพิษทางอากาศแบบกะทัดรัดเนื่องจากสัตว์ที่ตายแล้วถือเป็นขยะติดเชื้อ พร้อมการให้บริการ “ฌาปณกิจ” ศพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจรตั้งแต่เตรียมชุดอุปกรณ์ประกอบพิธีสงฆ์ การปลงศพ รวมถึงการจัดพิธีลอยอังคาร

นวัตกรรมระดับประเทศด้านรูปแบบธุรกิจและกระบวนการจัดการขยะติดเชื้อที่แหล่งกำเนิด โดยอาศัยเทคโนโลยีการทำลายเชื้อด้วยไอน้ำอุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส ที่แรงดัน 5-7 บาร์ รวมถึงการออกแบบระบบการจัดการที่ป้องกันการสัมผัสขยะติดเชื้อขณะปฏิบัติงาน ซึ่งขยะติดเชื้อที่ผ่านกระบวนการบำบัดจะสามารถนำเข้าสู่กระบวนการ คัดแยกขยะรีไซเคิลและนำไปกำจัดรวมกับขยะทั่วไปได้อย่างปลอดภัย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบสมาร์ทโฮมสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้เทคโนโลยีบูลทูธ (Bluetooth 4.0 Low Energy) ซึ่งเป็นการติดต่อโดยตัวอุปกรณ์จะทำการปล่อยสัญญาณข้อมูลผ่านคลื่นความถี่ 2.4GHz ร่วมกับสมาร์ทโฟนนำมาประยุกต์ใช้ในการปล่อยสัญญาณสำหรับอุปกรณ์แต่ละชนิดภายในบ้านพักอาศัย เช่น ประยุกต์ใช้ในการควบคุมการปิดเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า ประยุกต์ใช้ในการส่งค่าเซ็นเซอร์ต่างๆที่ติดอยู่ภายในบ้านพัก หรือ การนำมาประยุกต์ใช้เป็นอุป กรณ์สวมใส่แจ้งเตือนฉุกเฉินกรณที่ผู้สวมใส่ต้องการความช่วยเหลือเป็นต้น รวมถึงระบบการตรวจจับพฤติกรรมของผู้สวมใส่อุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ โดยจะทำการตรวจจับพฤติกรรมต่างๆ เช่น การเดิน การนั่ง การยืน การนอน การสะดุด หรือการหกล้ม เป็นต้น

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่ง G0 ปลอดโรคไวรัส โดยเริ่มจากการผลิตต้นอ่อนมันฝรั่งปลอดเชื้อด้วยระบบ temporary immersion bioreactor และนำไปขยายเป็นต้นแม่พันธุ์และต้นมันฝรั่งตามลำดับโดยใช้ระบบแอโรโพนิกส์ภายใต้โรงเรือนควบคุมอุณหภูมิและความเข้มแสง พร้อมทั้งพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของต้นมันฝรั่งและช่วยกระตุ้นให้เกิดหัวพันธุ์มันฝรั่ง G0ในปริมาณสูง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาในการผลิตหัวพันธุ์และให้ปริมาณผลผลิตสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกในดินภายใต้โรงเรือนกันแมลง นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไวรัสรวมทั้งสามารถผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่ง G0 ได้ตลอดปี

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ชุดตรวจสอบไวรัสในมันฝรั่งในรูปแบบ Strip test ที่ใช้เทคนิค Lateral flow immunoassay ในการแสดงผลตรวจ potato virus X (PVX) และ potato virus Y (PVY) อย่างรวดเร็ว และแม่นยำภายในเวลา 5 นาที โดยที่ปฏิกิริยาระหว่างแอนติบอดีและแอนติเจนของทั้ง 2 ปฏิกิริยาไม่รบกวนกันทำให้สามารถตรวจเชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิด ได้ในชุดตรวจเดียวกัน

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็กเล็กกลุ่มภูมิแพ้อาหารทั้ง 8 ชนิด ซึ่งเป็นการพัฒนาสูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสำหรับเด็กเล็ก และปราศจากวัตถุดิบที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อาหารด้วยการใช้ข้าวกล้องอินทรีย์เป็นส่วนประกอบหลัก หลังจากนั้น นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดกึ่งเหลวด้วยกระบวนการทำให้สุกบางส่วน และทำแห้งด้วยแหล่งความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรดตลอดจนนำไปพัฒนาเป็นอาหารเสริมชนิดกึ่งแข็งสำหรับเด็กวัย 8 เดือนขึ้นไปด้วยเทคโนโลยีนึ่งด้วยไอน้ำ และบ่มพักเพื่อทำให้ส่วนของคาร์โบไฮเดรตในสูตรอาหารจัดเรียงโมเลกุลใหม่

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงศัตรูพืชสายพันธุ์ไทย Steinernema siamkayai ที่มีคุณสมบัติทนทานอุณหภูมิได้สูง และเหมาะสำหรับใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนในประเทศไทย โดย Steinernema sp. อยู่ในสภาพเชื้อสดระยะเข้าทำลาย (infective juvenile) มีศักยภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืชหลายชนิดด้วยวิธีการฉีดพ่น และมีความปลอดภัยต่อพืช สัตว์ มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมระดับโลกด้านระบบการปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงแบบครบวงจร โดยการใช้เทคโนโลยีปรับปรุงดินให้มีปริมาณอินทรียวัตถุในระดับที่เหมาะสม ร่วมกับการจัดการเมล็ดพันธุ์ และการควบคุมวิธีการปลูกที่ช่วยกระตุ้นการสร้างและสะสมสารหอม 2AP (2-Acetyl-1-Pyrroline) ในเมล็ดข้าว รวมถึงการเพิ่มปริมาณผลผลิตโดยการประยุกต์ใช้สารชีวภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้ต้นข้าวในทุกระยะการเจริญเติบโตมีความต้านทานต่อโรค แมลง และสภาพอากาศเพิ่มมากขึ้น

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์กังหันลมผลิตไฟฟ้า ขนาด 75 กิโลวัตต์เชิงพาณิชย์ ที่มีการออกแบบใบกังหันลมชนิด ความเร็วลมต่ำ 4–5 เมตรต่อวินาที พร้อมชุดหมุนส่ายหาลมและระบบควบคุมการทำงานของกังหันลม โดยการใช้การวิเคราะห์เชิงตัวเลข (numerical analysis) ร่วมกับหลักการทางพลศาสตร์ของไหล (Computational Fluid Dynamics, CFD) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รองรับการเชื่อมต่อไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่งแรงต่ำ

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศด้านบริการสำหรับธุรกิจร้านค้าที่มีให้บริการ Free Wi-Fi ให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการผ่านการลงทะเบียนเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยบัญชีของ Facebook, Google+ หรือ Twitter โดยอาศัยเทคโนโลยีระบบควบคุมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่มีการกรองข้อมูลการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก่อนลงทะเบียนเข้าใช้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านบริการเครือข่ายออนไลน์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพร โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์กลางเพื่อเป็นแพลต์ฟอร์มให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่มูลค่าในอุตสาหกรรมสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก ที่ประกอบด้วยระบบสังคมออนไลน์ที่นำเสนอข้อมูลจากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกที่สอดคล้องกับข้อมูลด้านสุขภาพร่างกายและระบบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้พัฒนาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ทำให้การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีความสะดวกและรวดเร็ว

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศด้านการแพทย์ โดยใช้เทคโนโลยีการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น พัฒนาเป็นระบบที่ใช้สำหรับสืบค้นหาขนาดและวิธีการใช้ยาของสัตวแพทย์ และแนะนำผลิตภัณฑ์ ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับโลกด้านบริการระบบซอฟต์แวร์เก็บบันทึกและวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า โดยอาศัยเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าจากภาพกล้องวงจรปิดในการคาดเดาเพศและอายุของลูกค้าที่เดิน อยู่ภายในห้างเทคโนโลยีการนับคนและระบุตำแหน่งคร่าวๆ โดยใช้สัญญาน Wifi เชื่อมตอ่เข้ากับระบบเครื่องคิดเงิน (POS) เพื่อนำเสนอข้อมูลพฤติกรรมการเดินเลือกซื้อของในพื้นที่ห้างในรูปแบบแผนที่ที่ทำให้ผู้บริหารห้างสามารถนำข้อมูลไปใช้ในด้านการตลาดได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบรับส่งแฟกซ์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้เทคโนโลยี Image Processing ในการประมวลผลภาพประกอบด้วย การแปลงภาพจากภาพสีให้เป็นภาพขาวดำ แล้วปรับปรุงคุณภาพของภาพด้วยการกรองแบบเกาส์เซียน แปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ชนิด PDF เพื่ออัพโหลดไปยังแฟกซ์เซิร์ฟเวอร์โดยใช้ HTTPS protocol ซึ่งมีการเข้ารหัสข้อมูล ส่งแฟกซ์ต่อไปยังผู้รับแฟกซ์ปลายทางผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (PSTN) ในระหว่างการส่งแฟกซ์จะมีการแจ้งสถานะกลับไปยังสมาร์ทโฟนเพื่อให้ผู้ใช้งานทราบผลการส่งแฟกซ์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ระบบการจัดส่งข้อมูลเอกสารกำกับยา โดยใช้เทคโนโลลีการสื่อสารด้วยแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน เชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับฐานข้อมูลยาของโรงพยาบาล เพื่อให้ข้อมูลยาที่แพทย์สั่งการเตือนทานยา และเพื่อเข้าใจถึงผลข้างเคียงของการยาชนิดนั้น

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบบริหารจัดการสายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ (image processing) เพื่อวัดขนาด บันทึกภาพถ่าย และบันทึกข้อมูลสัตว์น้ำให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล และใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้านพันธุกรรมเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีและเหมาะสมในการเพาะเลี้ยงเชิงเศรษฐกิจ และสามารถหาแนวทางในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตด้วยข้อมูลเชิงสถิติ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าช้างเนเปียร์ร่วมกับน้ำเสียฟาร์มสุกรโดยใช้เทคโนโลยีการหมักก๊าซชีวภาพแบบถังกวนสมบูรณ์แบบสองขั้นตอน (two – stage continuously stirred tank reactor) และออกแบบระบบเตรียมวัตถุดิบด้วยเทคโนโลยี anaerobic leach bed reactor เพื่อแก้ปัญหาการบดย่อยหญ้าช้างเนเปียให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพได้ 2.25 เท่า เพิ่มอัตราการผลิตมีเทนจาก 0.9 ลูกบาศก์เมตรต่อกิโลกรัมของแข็งระเหยได้ เป็น 2.03 ลูกบาศก์เมตรต่อกิโลกรัมของแข็งระเหยได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์สถานีผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ โดยใช้เทคโนโลยีเตาเผาที่ออกแบบมาสำหรับใช้เชื้อเพลิงจากใบและยอดอ้อยหรือชีวมวลที่เหลือใช้จากแปลงเกษตรกรรมได้ และพัฒนาเทคโนโลยี three pass eco-boiler ขนาดเล็ก รวมถึงการออกแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และการใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติระยะไกลแบบ fully automatic DCS ซึ่งการออกแบบดังกล่าวส่งผลให้สถานีไฟฟ้าใช้พื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 1 ไร่ สามารถประกอบติดตั้งหน้างานไม่เกิน 2 เดือน ใช้น้ำในระบบน้อย และใช้บุคลากรในการเดินระบบ 2 คนต่อกะ ส่งผลให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน

นวัตกรรมระดับโลกด้านกระบวนการผลิตเอทานอลจากกากมันสำปะหลัง โดยการออกแบบระบบการย่อยแป้งที่เหลือค้างในกากมันสำปะหลัง และการหมักแป้งร่วมกับกากมันสำปะหลังเพื่อการผลิตเอทานอลโดยระบบ Solid State Fermentation (SSF) ด้วยยีสต์ชนิด Kluyveromyces ที่ทนอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์เม็ดขัดผิวขนาดเล็กจากพลาสติกชีวภาพสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยใช้เทคโนโลยีเมมเบรนในการเตรียมหยดสารละลายพอลิเมอร์ เพื่อควบคุมขนาดอนุภาคให้ใกล้เคียงกัน ร่วมด้วยเทคนิคการระเหยตัวทำละลายในระบบอิมัลชั่นน้ำมันในน้ำ สามารถผลิตเม็ดขัดผิวที่มีคุณลักษณะเป็นทรงกลม และมีขนาดอนุภาคที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกลุ่มที่ใช้กับผิวหน้าและผิวกาย มีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศและยังมีคุณสมบัติย่อยสลายทางชีวภาพได้ จึงไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตซิลิกาแอโรเจลต้นทุนต่ำ โดยเปลี่ยนสารละลายโซเดียมซิลิเกตให้เป็นซิลิกาซอล ซึ่งเป็นซิลิกาอยู่ในรูปคอลลอยด์ และปรับสภาวะให้เหมาะสมเพื่อให้โครงสร้างเปลี่ยนเป็นเจล หลังจากนั้นปรับปรุงคุณสมบัติพื้นผิวของเจลให้มีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ และแทนที่น้ำภายในเจลด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีแรงตึงผิว และจุดเดือดต่ำ ก่อนทำให้แห้งที่อุณหภูมิและความดันปกติเพื่อไม่ให้โครงสร้างของเจลยุบตัว ซึ่งวธิ กี ารดงั กลา่ ว ทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการสังเคราะห์ต้นทุนการผลิตต่ำรวมทั้งซิลิกาแอโรเจลที่ผลิตได้มีคุณสมบัติเทียบเท่าและราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์วัสดุพิมพ์แบบเส้นจากพอลิแล็กติกแอซิดสำหรับงานพิมพ์สามมิติโดยพัฒนาสูตรคอมพาวนด์ระหว่างพลาสติกชีวภาพชนิดพอลิแล็กติกแอซิดและสารเติมแต่ง จากนั้นนำไปขึ้นรูปด้วยกระบวนการอัดรีดให้มีลักษณะเป็นเส้นพลาสติก เพื่อใช้เป็นวัสดุพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบแบบรวดเร็ว (rapid prototyping) ในงานด้านการออกแบบ งานด้านสถาปัตยกรรม และงานด้านวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติการใช้งานเทียบเท่าและราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการจัดการการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวอ้อย โดยการพัฒนาระบบประเมินการเพาะปลูกอ้อยด้วยอากาศยานไร้คนขับ ที่สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงพร้อมบันทึกค่าตำแหน่งพิกัดพื้นโลก วัดความสูงเฉลี่ยของต้นอ้อยและนำมาวิเคราะห์ปริมาณการเพาะปลูก ปริมาณพื้นที่การเกษตรและการวัดความเจริญเติบโต ซึ่งสามารถทำให้ลดระยะเวลาและบุคคลากรในการสำรวจ โดยข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้สำหรับวิเคราะห์ด้านการวางแผนการเพาะปลูก การผลิตและการจัดการของโรงงานผลิตได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ชุดประกอบอากาศยาน 2 ที่นั่งสมรรถนะสูง (aircraft kit) โดยอาศัยเทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นส่วนจากวัสดุ advance fiber composite ด้วยกระบวนการ vacuum resin infusion process และ semi-prepreg vacuum bagging process เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนประกอบลำตัวเครื่องความละเอียดสูงจากการออกแบบด้วย CAD (Computer-Aided Design) และวิเคราะห์การขึ้นรูปบนแม่พิมพ์ด้วย CFD (Computational Fluid Dynamics) และ FEA (Finite Element Analysis) ที่ได้ชุดประกอบเครื่องบินที่ผู้ใช้สามารถประกอบด้วยตนเองตามคู่มือการประกอบได้ ทำให้ได้อากาศยานที่เป็นไปตาม FAA FAR Part 23 Airworthiness Standards: Normal, Utility, Acrobatic and Commuter Airplanes

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบลดแรงดันก๊าซธรรมชาติ (PRS: Pressure Reducing System) สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเพื่อลดแรงดันก๊าซธรรมชาติอัดที่ 3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi) ลงมาเหลือแรงดันที่ประมาณ 200 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi) โดยยังคงประสิทธิภาพของค่าความร้อนและประสิทธิภาพในการเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยอัตราการไหลสูงสุดถึง 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยรูปแบบธุรกิจจะบริการติดตั้งระบบลดแรงดันก๊าซธรรมชาติเพื่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ระบบประเมินปริมาตรไม้ยูคาลิปตัสในแปลงปลูกด้วยเครื่องบินไร้คนขับ ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์การตรวจประเมินให้สามารถใช้งานร่วมกับการทำงานของเครื่องบินไร้คนขับ และพัฒนาระบบประเมินปริมาตรไม้ยูคาลิปตัสในแปลงปลูกและการควบคุมการบินแบบอัตโนมัติ เหมาะสมกับการประเมินแปลงไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งระบบดังกล่าวจะสามารถลดความผิดพลาดจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 5 และลดเวลาประเมิน 5 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้คนประเมินเพียงอย่างเดียว

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์นาฬิกาข้อมือที่สามารถวัดและบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องได้ด้วยเทคโนโลยี PO (Pulse Oximeter) โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเสริม ซึ่งเป็นการวบรวมผสานฟังชั่นของนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาที่ใช้สำหรับการวิ่ง อุปกรณ์วัดชีพจร และอุปกรณ์วัดปริมาณกิจกรรมรวมไว้ในเครื่องเดียว

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เครื่องต้นแบบสำหรับรักษาแผลเรื้อรังด้วยแรงดันสุญญากาศสำหรับการดูแลแผลเปิดทั้งชนิดเฉียบพลันและแผลเรื้อรัง ที่มีคุณภาพเทียบเท่าเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาในรักษาบาดแผลเรื้อรังของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ลดความเจ็บปวดและทรมานในการรักษาบาดแผลของผู้ป่วย และทดแทนการนำเข้าเครื่องมือนี้จากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูง

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์หมวกเลเซอร์สำหรับกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมในผู้ที่มีปัญหาผมบาง โดยอาศัยหลักการเลเซอร์บำบัดด้วยเทคโนโลยี Low Light Level Therapy (LLLT) โดยใช้ Laser diode ความยาวคลื่น 660 nm กำลังส่ง 5 mW Power density 3.5 mW/cm2 ติดตั้งภายในหมวกนิรภัยสำหรับสวมใส่เพื่อการบำบัด ครั้งละ 20 นาที วันเว้นวัน จะสามารถเห็นผลได้ในเวลา 2 เดือน หรือหากใช้ในคนที่ผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายเซลล์ผมก็จะเห็นผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์การพัฒนาอุปกรณ์วัดความเสื่อมของร่างกาย โดยการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ที่มีความจำเพาะเพื่อวัดจากระดับ DHEAs ร่วมกับเทคโนโลยี NFC เพื่อแสดงผลผ่านระบบสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ระดับ DHEAs จะใช้ประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนผลิตแผ่นปิดแผลโปรตีนกาวไหม โดยการนำโปรตีนกาวไหมมาผสมกับคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC) และกลีเซอรีน แล้วนำมาผ่านกระบวนการแช่แข็ง (freeze)ในสภาวะที่เหมาะสม 3 ขั้นตอน และทำการแช่แบบเยือกแข็ง (lyophilization) หลังจากนั้น นำไปชุบด้วยสารฆ่าเชื้อ 0.05% chlorhexidine และทำให้ปลอดเชื้อด้วยรังสีแกมมา ทั้งนี้ แผ่นปิดแผลที่ได้จะมีความหนามีรูพรุนสูง มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดูดซับสารคัดหลั่งได้ดี รวมทั้งยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอันเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการหายของบาดแผล

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์วัสดุห้ามเลือดทางด้านศัลยศาสตร์ สำหรับกดแปะห้ามเลือดที่ไหลจากพื้นผิวอวัยวะที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากผงแป้งข้าวเจ้าไทยที่สกัดจากการปั่นเหวี่ยงในสารละลายตัวกลางของข้าวหัก ผสมกับสารเติมแต่งให้มีลักษณะเป็นแผ่นเส้นใยร่างแหสามมิติสำหรับข้าวฟองสุรดาและมีลักษณะเป็นแผ่นเจลสีขาวสำหรับข้าววรางกูร มีความสามารถดูดซับเลือดจนเต็มปริมาตรได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดผลข้างเคียงชนิดก่ออันตราย และแผ่นซับเลือดทั้งสองชนิดสามารถย่อยสลายได้จนหมดสิ้นในร่างกายภายในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์แผ่นรองรองเท้าเพื่อสุขภาพสำหรับผู้มีปัญหาเท้าผิดปกติ โดยเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์ในทางสรีระวิทยาร่วมกับองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ รวมทั้งมีการวิเคราะห์การกระจายแรงกดของเท้าโดยใช้เทคโนโลยีการออกแบบภาพจำลองแบบสามมิติด้วยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์จนได้แผ่นรองรองเท้าที่ช่วยแก้ปัญหาใหกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเท้าผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้ใช้แผ่นรองรองเท้าในราคาที่ถูกกว่าแผ่นรองรองเท้าสั่งตัดจากโรงพยาบาลซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตและวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ

นวัตกรรมระดับประเทศโลกด้านผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจากลมหายใจ โดยอาศัยเทคโนโลยีนาโนเซนเซอร์ เพื่อใช้ตรวจวัดก๊าซทั้ง 4 ชนิดที่ออกมาพร้อมกับลมหายใจ ได้แก่ อะซีโตน เอทานอลคาร์บอนไดออกไซด์ และเมทิลไนเตรท ร่วมกับกับการออกแบบแบบทางวิศวกรรมเพื่อออกแบบทิศทางการไหลของลมหายใจที่กระทบกับอุปกรณ์เซนเซอร์ เพื่อแปลผลถึงระดับน้ำตาลภายในเลือด

นวัตกรรมระดับประเทศโลกด้านผลิตภัณฑ์ชุดตรวจพยาธิตัวจี๊ดแบบรวดเร็วโดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมโดยการโคลนแบคทีเรียที่ผลิตรีคอมบิแนนท์โปรตีน ที่มีจำเพาะต่อโรคพยาธิตัวจี๊ด (rLiC18 protein) และนำมาผลิตแอนติเจน เพื่อใช้ในการผลิตชุดทดสอบสำเร็จรูปอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิค lateral flow สามารถอ่านผลด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5-10 นาที ได้ดีเทียบเท่ากับวิธี immunoblot ซึ่งใช้เวลาอ่านผลนานถึง 6 ชั่วโมง

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ป้อนและเก็บรวบรวมถาดเพาะกล้าข้าวอัตโนมัติ ออกแบบให้ทำงานได้อย่างอัตโนมัติร่วมกับเครื่องเพาะกล้าข้าว ตรวจวัดการทำงานด้วยเซนเซอร์ทำให้การทำงานทุกขั้นตอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเพาะกล้าโดยรวมสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดแรงงานคนในการป้อนและเก็บถาดได้ถึง 3-4 คน สามารถประหยัดต้นทุนได้ถึงถาดละ 0.39 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 73.58

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศด้านหุ่นยนต์บริการดูแลผู้สูงวัย โดยใช้เทคโนโลยีกล้องดิจิตอล 3D เพื่อจับภาพและระบบวิเคราะห์การล้ม (falling detection) ของผู้สูงวัย ทันทีที่มีการล้ม บนความสูงระดับพื้นดิน ความเร็วในการล้ม เทียบกับข้อมูลด้านการแพทย์ เพื่อเตือนในสถานการณ์ต่างๆ จากนั้นจะส่งสัญญาณเตือนไปที่ลูกหลาน โดยมาตรฐานการสื่อสาร Bluetooth Health Device Profile (HDP) สำหรับใช้ทางการแพทย์

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศ ด้านผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์อุตสาหกรรม 7 แกนแบบจับตำแหน่งวัตถุด้วยระบบวิชั่นระดับสำหรับงานเชื่อม ใช้ระบบวิชั่นเพื่อการประมวลผลภาพ (image processing) และการรู้จำแบบ (pattern recognition) เพื่อระบุตำแหน่งงาน ตลอดจนช่วยในการตัดสินใจของสมองกล นำมาซึ่งการลดจำนวนของตัวนำส่ง (jig) และตัวรับรู้ (sensor) ซึ่งต้องการการบำรุงรักษาสูงในระบบ ทั้งนี้ การพัฒนาหุ่นยนต์ดังกล่าวจะช่วยให้สามารถตั้งสายการผลิตใหม่ได้ง่าย และช่วยให้สามารถเชื่อมชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบห้องปฏิบัติการทางการแพทย์แบบอัตโนมัติ โดยการออกแบบ Micro stepping servo motor ในการดันกระบอกลม เพื่อหยอดสารละลาย ทำให้มีความเร็วและความแม่นยำสูง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์และลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน สามารถใช้คัดกรอง ป้องกัน และการวินิจฉัย แบบเฉพาะเจาะจง เช่น การสร้างแผ่นทดสอบเชื้อในอาหาร การสร้างแผ่นตรวจการเตือนโรคมะเร็งปากมดลูก การสร้างแผ่นตรวจการเตือนการเริ่มติดเชื้อวัณโรค สามารถใช้กับแผ่นทดสอบแบบแผ่นกระดาษ (paper test kit) และแผ่นตรวจแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ISFET test kit)

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงแบบอัตโนมัติด้วยการออกแบบให้มีระบบทำความสะอาดแม่พิมพ์แผ่นพื้น พ่นเคลือบน้ำยาหล่อแบบ ดึงเส้นลวดเสริมแรงผ่านหัวกั้นตามระยะความยาวของแผ่นพื้น รวมทั้ง มีระบบส่งสัญญานแบบไร้สายให้กระสวยบรรจุเคลื่อนที่ไปรับคอนกรีตผสมเสร็จจากระบบผสมคอนกรีตมาเทลงชุดเทคอนกรีต เพื่อเทคอนกรีตลงสู่แม่พิมพ์แผ่นพื้น พร้อมทั้งสั่นผิวหน้า และ ตกแต่งผิวหน้าคอนกรีต ซึ่งกระบวนการดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต สินค้าได้คุณภาพ และมาตรฐาน รวมทั้งช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือตรวจวัดมาตรฐานรสชาติอาหารไทยที่สามารถพกพาได้ โดยการจำลองกระบวนการรับรู้ความอร่อยของมนุษย์ โดยอาศัยการรับรู้จากเซนเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า รวมถึงการประเมินผลทางภาพ และนำไปประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligent หรือ AI) โครงข่ายประสาทเทียม (neural network) และการบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติอาหาร เพื่อฝึกสอนให้สามารถเข้าใจถึงรูปแบบของรสชาติของอาหารแต่ละชนิด และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประเมินและรับรองมาตรฐานรสชาติอาหารไทยได้

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือตรวจวัดรสชาติอาหารไทย โดยการจำลองกระบวนการรับรู้ความอร่อยของมนุษย์ โดยอาศัยการรับรู้จากเซนเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า นำไปประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligent หรือ AI) โครงข่ายประสาทเทียม (neural network) และการบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติอาหาร เพื่อฝึกสอนให้สามารถเข้าใจถึงรูปแบบของความอร่อยของอาหารแต่ละชนิด และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประเมินและรับรองมาตรฐานรสชาติอาหารไทยได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตสารสกัดสติวิโอไซด์จากหญ้าหวาน โดยเป็นการนำหญ้าหวานมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยน้ำร้อน (hot water distillation) จากนั้นมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ (purification) โดยการใช้เรซินเพื่อดูดซับสารสำคัญ และทำการชะล้างสารสำคัญออกจากเรซินด้วยตัวทำละลาย ทำให้สามารถผลิตสารสกัดสติวิโอไซด์ที่มีความเข้มข้นสูงถึงร้อยละ 80ซึ่งผ่านมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 262) เรื่องสตีวิโอไซด์และอาหารที่มีส่วนผสมของสตีวิโอไซด์

นวัตกรรมระดับประเทศด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทยพร้อมปรุงตำรับผัดกะเพรา น้ำยำพริกเผา และกะปิคลุกข้าว ที่เป็นมาตรฐานรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิมและมีรสชาติตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นและสวีเดน โดยการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านคหกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และการทดสอบทางประสาทสัมผัส เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี คุณค่าทางโภชนาการการยอมรับทางประสาทสัมผัส และการกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน (markers) ของอาหารไทยทั้ง 3 ตำรับเพื่อสร้างมาตรฐานด้านรสชาติและเอกลักษณ์ของอาหารไทย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งสำหรับผู้ป่วยโรคไต โดยเป็นการพัฒนาอาหารแช่แข็งที่ผ่านการคำนวณคุณค่าทางโภชนะให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคทั้งก่อนและหลังการฟอกไต และผลิตขึ้นด้วยการใช้ไนโตรเจนเหลว (liquid nitrogen) ที่จะทำให้เกิดการแช่แข็งที่อุณหภูมิ -80 องศาเซลเซียส และเกิดการแช่แข็งอย่างทั่วถึงภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วินาที ซึ่งจะคงคุณค่าและรสชาติของอาหารแช่แข็งสำหรับผู้ป่วยโรคไต ตลอดจนยังช่วยชะลอการเสื่อมสลายของไตได้อีกด้วย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์อาหารว่างสำหรับผู้ป่วยโรคไต โดยเป็นการพัฒนาอาหารว่างที่ผ่านการคำนวณคุณค่าทางโภชนะให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคทั้งก่อนและหลังการฟอกไต และผลิตขึ้นด้วยกระบวนการอบด้วยความร้อนสูง ระยะเวลาสั้น เพื่อคงคุณค่าทางโภชนะ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีพิเศษโดยใช้ Nano oil droplet former เพื่อการสเปรย์พ่นน้ำมันบนผลิตภัณฑ์อาหารว่าง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำมันและเพิ่มรสชาติให้แก่อาหารว่างสำหรับผู้ป่วยโรคไต ตลอดจนยังช่วยชะลอการเสื่อมสลายของไต

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือตรวจวัดรสชาติอาหารที่มีขนาดเล็ก สามารถพกพาได้ โดยการใช้เซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้าซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า e-tongue แก๊สเซ็นเซอร์  e-nose และกล้องถ่ายภาพ e-eye เพื่อจำลองกระบวนการรับรู้ความอร่อยของมนุษย์ ตลอดจนประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์และโครงข่ายประสาทเทียม ให้สามารถเข้าใจถึงรูปแบบของรสชาติของอาหารแต่ละชนิดพร้อมกันนี้ ยังได้มีการพัฒนาให้แสดงผลผ่านจอคอมพิวเตอร์และสามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเพื่อแสดงผลผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ทได้

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบการผลิตและแปรรูปปลาหนังน้ำจืดสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างปลาบึกและปลาสวายที่มีลักษณะตรงตามความต้องการของตลาด โดยการพัฒนาปลาสายพันธุ์ใหม่ที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ อัตราการเจริญเติบโต และอัตราการรอดสูง ตลอดจนเลี้ยงด้วยอาหารปลาสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของน้ำมันปลา สาหร่ายเตา และวิตามินและแร่ธาตุพรีมิกซ์ ทำให้ได้เนื้อปลาที่มีสีขาว เนื้อสัมผัสนุ่มและแน่นมีปริมาณเนื้อมาก รสชาติดี ไม่มีกลิ่นโคลน และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

เปิดโลกนวัตกรรมไทย

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ จาก บริษัท โรบอท แกแลคซี่ คิดส์ จำกัด เพื่อแก้ปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยในปัจจุบันที่ไม่ค่อยกล้าพูด กล้าแสดงออก ไม่ค่อยสนใจการเรียน มองการเรียนเป็นเรื่องน่าเบื่อ

หุ่นยนต์ฝึกสอนภาษาอังกฤษ ชื่อว่า NANA นี้ ถูกพัฒนาต่อยอดจากหุ่นยนต์เวอร์ชั่นแรกที่ชื่อ NAO ให้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่เหมาะสมกับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการออกแบบท่าทางและอารมณ์ต่างๆ เพื่อให้เจ้าของสัมผัสถึงความฉลาดและรู้สึกเสมือนหุ่นยนต์มีชีวิตจริง และเชื่อมโยงการทำงานกับสื่อการสอนในรูปแบบแอลพิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้น นอกจากนี้ ยังพิจารณาการออกแบบให้มีราคาจำหน่ายอยู่ในระดับที่ลูกค้ายอมรับได้ และน้ำหนักที่น้อยลงว่าเดิมเพื่อให้ผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กสามารถหยิบจับ หรืออุ้มไปกับตัวได้ ดังโดยเน้นการออกแบบท่าทางและอารมณ์ต่างๆ เพื่อให้เจ้าของสัมผัสถึงความฉลาดและรู้สึกเสมือนหุ่นยนต์มีชีวิตจริง และเชื่อมโยงการทำงานกับสื่อการสอนในรูปแบบแอลพิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้น

โครงการนี้ สามารถสร้างประโยชน์ทั้งในทางเศษฐกิจและสังคม ในการลดการนำเข้าเทคโนโลยีการผลิตและหุ่นยนต์จากต่างประเทศ ยกระดับธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์ในประเทศ อีกทั้งจะช่วยกระตุ้นเยาวชนไทยให้สนใจศึกษาเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านงานวิจัยและพัฒนาด้านนี้เพิ่มขึ้น สามารถรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในอนาคตได

เปิดโลกนวัตกรรมไทย

อาหารเช้าเสำหรับเยาวชนจากข้าวไทย นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ช็อคโกครัน ของวิสาหกิจชุมชน บ้านท่าทอง เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเช้าจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ด้วยการนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาผ่านกระบวนการให้ความร้อนทำให้เกิดกระบวนการเจลาติไนซ์ ด้วยปริมาณอะไมโลสสูงทำให้เม็ดข้าวแยกตัวออกจากกัน จากนั้นนำไปลดความชื้นและอบให้เกิดการพองตัว จากนั้นนำไปเคลือบผิวด้วยช็อคโกแลตเพื่อรักษาความกรอบของผลิตภัณฑ์

โครงการนี้ นอกจากสร้างทางเลือกในการบริโภคอาหารเช้าซีเรียลแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไรซ์เบอรรี่ได้ถึง 10 เท่า

"IKO Creative Prosthetic System"

INNOVATION TREND

แม้พิการแขน แต่ก็สนุกได้ตามใจชอบ ด้วยนวัตกรรมสร้างรอยยิ้มนี้ แขนเทียมนี้มีชื่อว่า ‘IKO Creative Prosthetic System’ พัฒนาขึ้นโดย Carlos Torres นักออกแบบชาวโคลัมเบียร่วมกับทีมนักพัฒนาและวิจัยแห่ง Lego Future Lab ประเทศเดนมาร์ก และองค์กรฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย CIREC ในโคลัมเบีย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กพิการได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดจินตนาการผ่านทางตัวต่อเลโก้ในการปรับแต่งแขนเทียมของตัวเองในรูปแบบต่างๆ ได้ตามใจชอบ

ที่มา: http://designawards.core77.com/…/IKO-Creative-Prosthetic-Sy…
ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=142YzHjvsVs

Cario – Siam today

GABA Rice – Siam today

C-MOVE Siam today

NANOVA – Siam Today

ปลาการ์ตูน

ป้ายอคริลิค

ผ้าเบรคนาโน

หลอดเก็บตัวอย่างเลือด

rise care

ไม้ไทยไฮเทค

bioplastic

ims

niaward

งานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2553

1 July 16 What is innovation & How to write proposal innovation

7 July 16 แนะนำการสร้างนวัตกรรมบนฐานข้อมูล ความรู้ และ งานวิจัย

13 July 16 Transform Your Company to Profit from Innovation

Hilight NIA Thailand Global and Japanese experiences

(Juy) ตัวอย่างนวัตกรรมทั้งใน และต่างประเทศ Part 3/4

(Juy) กลไกลการสนับสนุนของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ Part 2/4

(Juy) แนะนำการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรมรับทุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ Part 4/4

(Juy) ท่านเคยมีปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลความรู้ และงานวิจัยบ้างไม่? Part 1/3

(Juy) What is innovation & Innovation trend Part 1/4

(Juy) รู้หรือไม่..มีห้องสมุดออนไลน์มากมายให้ท่านค้นหาได้แค่ปลายนิ้ว Part 3/3

(Juy) ทำอย่างไรเมื่อท่านมีไอเดียทำนวัตกรรมแต่เข้าไม่ถึงฐานข้อมูล? Part 2/3

(Juy) Transform you company to profit form innovation Part 1/2

(Juy) The New S-Curve of Industries development in Thailand Global and Japanese experiences 1/2

(Juy) Transform you company to profit form innovation Part 2/2

(Juy) The New S-Curve of Industries development in Thailand Global and Japanese experiences 2/2

(Aug) HIGHTLIGHT_What is innovation & How to write innovation proposal

(Aug) HIGHTLIGHT_DESIGN THINKING

(Aug) HIGHTLIGHT_3D Process Development

(Aug) What is innovation & How to write innovation proposal Part 1/2

(Aug) What is innovation & How to write innovation proposal Part 2/2

พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

Hilight Innovation UPSCALE (1-11-59)

Innovation UPSCALE Part 1/2 (1-11-59)

Innovation UPSCALE Part 2/2 (1-11-59)

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์สังขยาแผ่นพร้อมรับประทาน โดยพัฒนาจากการใช้แป้งข้าวกล้องในสว่ นผสม ทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์มีความนุ่มและยังลดการแยกตัวของน้ำออกจากผลิตภัณฑ ์ร่วมกับไฮโดรคอลลอยด์  (hydrocolloids) ในส่วนผสมเพื่อทำให้เกิดเจลช่วยในการขึ้นรูปเป็นแผ่นปรับปรุงเนื้อสัมผัสและช่วยลดการแยกตัวของน้ำออกจากผลิตภัณฑ์ โดยมีส่วนผสมหลักคือ กะทิ ไข่ แป้ง และน้ำตาล อาจเพิ่มนมลงไป และแต่งสีและกลิ่นต่างๆ อายุการเก็บรักษา 30 วัน เมื่อเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 4-6 องศาเซลเซียส

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักพร้อมดื่มจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยเริ่มจากการย่อยแป้งข้าวให้เปลี่ยนเป็นน้ำตาลด้วยเอนไซม์ซึ่งปริมาณน้ำตาลทั้งหมดที่ได้จากการย่อยแป้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ เท่ากับ20.83 g/100 g แล้วนำมาหมักไวน์ด้วยเชื้อยีสต์ S. cerevisiae sub. Kyokai ระยะเวลา 15-20 วัน ซึ่งสามารถผลิตแอลกอฮอล์ได้สูงถึงร้อยละ 16.05 และหมักน้ำส้มสายชูแบบวางนิ่งจากไวน์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ด้วยเชื้อ A. acetiTISTR 345 สามารถผลิตกรดอะซิติกปริมาณสูงภายในระยะเวลาทั้งหมด 11 วัน และปรับปรุงรสชาติโดยคิดสูตรน้ำส้มสายชูหมักพร้อมดื่มที่ผสมน้ำผลไม้

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือตรวจวัดความหอมของข้าวหอมมะลิไทยแบบอัตโนมัติ โดยการพัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจวัดก๊าซเคมีแบบลูกครึ่ง (hybrid chemical gas sensors) เพื่อให้มีความจำเพาะกับสาร2AP (2-Acetyl-1-Pyrroline) จากนั้นจึงนำมาเชื่อมต่อกับแก๊สเซ็นเซอร์แบบอุตสาหกรรม (industrial gassensor) เพื่อสร้างให้เป็นระบบจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (electronic nose) ที่สามารถตรวจวัดค่าความหอม และส่งต่อไปยังส่วนประมวลผลกลาง ซึ่งจะทำหน้าที่คำนวณและแสดงผลการวิเคราะห์แบบกราฟฟิกผ่านระบบจอสัมผัส เป็นระดับความหอมของข้าวได้ 10 ระดับ

เป็นนวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์สารชีวภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างสารหอม 2AP (2-Acetyl-1-Pyrroline) ในข้าวหอมมะลิ โดยใช้เทคโนโลยีทางชีวเคมีในการส่งเสริมให้เชื้อจุลินทรีย์ผลิตสารตั้งต้นกลุ่มพอลิเอมีน (Putrescine, Spermidine และ Spermine) และสาร a-aminobuthylaldehydeในปริมาณสูง จากนั้นจึงนำมาผ่านกระบวนการสกัดและนำไปผสมร่วมกับธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริมสารจับใบ และไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ต้นข้าวสามารถดูดซึมสารตั้งต้นไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์สารหอม 2AP ได้เพิ่มมากขึ้น

นวัตกรรมระดับประเทศด้านการระบบการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมแบบชีวภาพ โดยการนำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยปุ๋ยอินทรีย์ชนิดควบคุมการละลายและปลดปล่อยช้า จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ และสารฆ่าเชื้อโรคจากธรรมชาติ มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำในบ่อเลี้ยงให้เหมาะสมต่อการเจริญเตบิ โตของกุง้ พรอ้ มทัง้ ใชส้ ตู รอาหารทีม่ อี งคป์ ระกอบของสารกระตุน้ ภมู ติ า้ นทานจากธรรมชาติในการช่วยส่งเสริมให้กุ้งมีสมรรถภาพในการผลิตดีขึ้น ลดอัตราการสูญเสีย และเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยให้กับตัวกุ้งทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมี

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งดอกกฤษณาซึ่งเป็นน้ำผึ้งชนิดใหม่ที่มีสีและกลิ่นที่เฉพาะตัวรวมถึงคุณสมบัติทางการแพทย์ซึ่งสามารถยกระดับให้เทียบเท่ากับน้ำผึ้งมานูก้าจากนิวซีแลนด์ได้ ส่วนในด้านกระบวนการเลี้ยงผึ้งแบบปลอดสารพิษเพื่อผลิตนำ้ผึ้งดอกกฤษณาเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ การวิเคราะห์คุณภาพ และป้องกันการปนเปื้อนของผลผลิต สามารถสร้างเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งในการยกระดับไปสู่ตลาดโลก

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบการตรวจสอบมะม่วงแบบไม่ทำลาย โดยใช้ NIR module ในการวิเคราะห์ปริมาณแป้งและน้ำตาลเพื่อคัดแยกความแก่อ่อนและความหวานของผลผลิต ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ (image processing) และระบบตราชั่งที่สามารถทำการตรวจสอบขนาดผล สีผิว รอยยางรอยดำ จำนวนจดุ และขนาดจุดดำได้โดยอัตโนมตั ิ ทำใหช้ ่วยลดโอกาสทจี่ ะเกดิ ความผิดพลาดและความเสยี หายเนื่องจากการคัดแยกโดยใช้คน ช่วยลดระยะเวลาการคัดแยกได้ 8 เท่า ลดพื้นที่ปฏิบัติงานได้ 4 เท่า และลดต้นทุนด้านแรงงานได้ร้อยละ 30

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจ ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการเพาะปลูกและสภาพแวดล้อมในแปลงปลูกทั้งแบบ Outdoor Farming และ Indoor Farming ประกอบด้วยPlant Sensor Module Microclimate และ Soil/Water Module และนำไปเก็บไว้ในระบบคลาวด์ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น server กลางผ่านเครือข่าย 3G และ 4G ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในแต่ละพื้นที่จะถูกนำมารวมกันจนกลายเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) ซึ่งจะสามารถให้บริการข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรรู้ข้อมูลทางด้านภูมิอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่ตั้งของตนล่วงหน้าช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม ผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์น้ำยานาโนป้องกันการติดของยาง ด้วยการปรับปรุงพื้นผิวของอนุภาค
ซิลิการะดับนาโนเมตรด้วยฟลูโอโรพอลิเมอร์ และการพัฒนาสารยึดติดวัสดุสัมผัสน้ำยางพารา ทำให้มีสมบัติ
ป้องกันการติดของยางสำหรับกระบวนการแปรรูปน้ำยางพารา และลดการสูญเสียยางจากกระบวนการ
เก็บเกี่ยวน้ำยางและกระบวนการแปรรูปน้ำยางพาราต่อเนื่อง

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับประเทศด้านระบบวัดความบริบูรณ์ของมะพร้าวน้ำหอมด้วยเทคนิค NIR บนสายพานลำเลียงแบบต่อเนื่อง โดยการพัฒนาระบบคัดแยกคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมอัตโนมัติแบบสายพานด้วยเทคโนโลยีnear infrared ซึ่งมีความแม่นยำร้อยละ 85 ทั้งนี้ สามารถติดตั้งเครื่องดังกล่าวเข้าไปในกระบวนการผลิตมะพร้าวน้ำหอมควั่นได้โดยไม่เพิ่มเวลาในกระบวนการทำงาน

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์แผ่นยางคลุมโคนต้นยางพาราอายุก่อนเปิดกรีด โดยพัฒนาสูตรคอมพาวนด์น้ำยางเสริมแรงด้วยผ้าฝ้ายดิบ เพื่อให้มีคุณสมบัติแข็งและยืดหยุ่น ทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้งและมีน้ำหนักกดลงพื้น มีการออกแบบแผ่นยางให้สามารถขยายได้ตามหลักสรีรวิทยาของลำต้นยางและมีรูขนาดเล็กรอบแผ่น เพื่อให้น้ำและปุ๋ยสามารถซึมผ่านลงสู่ดินบริเวณราก จึงช่วยป้องกันการเกิดวัชพืชรอบโคนต้นยาง ลดปัญหาความเสียหายของต้นยางจากการใช้เครื่องถากหญ้ารอบโคนต้นยาง อีกทั้งยังลดปัญหาด้านแรงงานและลดต้นทุนการกำจัดวัชพืชได้อีกด้วย

นวัตกรรมบริการระดับประเทศด้านระบบส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวบนคลาว์ดคอมพิวติ้งแบบระบุตำแหน่งโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง และ Location Base System ซึ่งใช้งานร่วมกับ อุปกรณ์จัดการโลเคชั่นเบสอินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่สามารถบริหารจัดการอินเทอร์เน็ตแบบระบุพิกัดตำแหน่งได้ ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์2550 ทำให้สามารถจัดการเนื้อหาโฆษณาโดยแบ่งตามพิกัดตำแหน่งสถานที่ผ่านทางอินเทอร์เน็ตไร้สายได้ทำให้สามารถควบคุมการโฆษณา โดยแยกตามกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้จากการโฆษณาได้ถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สายที่ให้บริการที่โรงแรม ระบบจะทำการโฆษณาร้านอาหารสถานที่ท่องเที่ยว สนามกอล์ฟ อุปกรณ์กอล์ฟ สปา เป็นต้น

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนผลิตสารไซโตไคน์ Platelet-Derived Growth Factor(PDGF) จากเกล็ดเลือดสัตว์ ด้วยการนำเลือดสัตว์มาผ่านกระบวนการปั่นเพื่อแยกเกล็ดเลือด แล้วจึงนำเกล็ดเลือดที่ได้มาผ่านสภาวะเครียด (stress) ด้วยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เพื่อให้เกล็ดเลือดปลดปล่อยสารไซโตไคน์ในปริมาณมาก หลังจากนั้น ทำการปั่นแยกไซไตไคน์และนำไปผ่านกระบวนการเอ็นแคปซูเลชัน(encapsulation) เพื่อเพิ่มความเสถียร (stability) และนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสารสกัดใบมะม่วง โดยการนำสารสกัดจากใบมะม่วงที่มีฤทธิ์ชีวภาพ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส และฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย มาใช้เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญในชุดเวชสำอางสำหรับบำรุงผิวหน้า ซึ่งประกอบด้วยโฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิวหน้าและเจลแต้มสิว ทำให้แต่ละผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส และลดเลือนริ้วรอย ตลอดจนช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคสิว

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนผลิตแผ่นยางโปรตีนต่ำ ลดการอักเสบ โดยการนำนำ้ยางมา
ผ่านกระบวนการแยกโปรตีนออก ด้วยวิธีการใช้สารเติมทางเภสัชกรรมร่วมกับการปั่นเหวี่ยง แล้วนำมาผสม
กับสารสกัดผสมระหว่างเปลือกมังคุดและรากก้ามปู ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ ทั้งนี้
สารสกัดผสมจะถูกนำไปผ่านกระบวนการเอ็นแคปซูเลชัน (encapsulation) เพื่อเพิ่มความเสถียร (stability)
หลังจากนั้น นำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นยางปิดแผลฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ครีมรักษาอาการริดสีดวงทวาร ด้วยนำสมุนไพรว่านชักมดลูกมาผ่านกระบวนการสกัดและทำการควบคุมคุณภาพของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพชนิด xanthorrhizolที่แสดงคุณสมบัติต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) ผ่านกลไกที่ยับยั้งการสร้าง cyclooxygenase-2(COX-2) และ inducible nitric oxide synthase (iNOS) ทั้งนี้ สารสกัดที่ได้จะนำไปผ่านกระบวนการเอ็นแคปซูเลชัน (encapsulation) เพื่อเพิ่มความเสถียร (stability) และนำไปใช้เพื่อการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ครีมรักษาอาการริดสีดวงทวาร

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตสารสกัดเปลาโนทอล (plaunotol) แบบกึ่งบริสุทธิ์จากเปล้าน้อย โดยเป็นการนำใบเปล้าน้อยมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยสารละลายเอทานอลและสารละลายเฮกเซนหลังจากนั้นนำสารสกัดที่ได้มาระเหยให้เหลือเพียงสารสกัดชนิดเข้มข้นที่มีสารออกฤทธิ์เปลาโนทอลที่มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 เพื่อนำไปใช้สำหรับเป็นยาสมุนไพร แล้วยังนำไปผ่านกระบวนการ vacuumchromatography เพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ของสารสกัดเปลาโนทอล โดยมีความเข้มข้นสูงร้อยละ 90 เพื่อนำไปใช้สำหรับเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

นวัตกรรมระดับประเทศด้านกระบวนการผลิตสารสกัดคอร์ไดเซพินด้วยการนำเชื้อราถังเช่ามาเพาะเลี้ยงด้วยกระบวนการผลิตแบบ solid-state fermentation โดยใช้อาหารกึ่งสังเคราะห์ (artificial diet)ที่ได้มีการพัฒนาสูตรขึ้นเพื่อให้เหมาะสำหรับการเลี้ยง ทั้งนี้ ราถังเช่าที่ผลิตได้จะมีปริมาณสารคอร์ไดเซพิน(cordycepin) สูง จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้สกัดเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนผลิตแผ่นปิดหน้าอกกระตุ้นน้ำนม โดยการนำโปรตีนกาวไหมมาผ่านกระบวนการฉายรังสีแกมมา เพื่อให้โครงสร้างโปรตีนเกิดการเชื่อมต่อเป็นพอลิเมอร์จนเกิดเป็นแผ่นไฮโดรเจล แล้วจึงนำไปชุบด้วยสารสกัดลูกซัด (fenugreek) ซึ่งประกอบด้วยสารออกกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีคุณสมบัติ estrogenic activity ตลอดจนกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตที่ต่อมน้ำนม และทำให้ท่อน้ำนมในเต้านมมีการขยายตัว จึงทำใหผลิตภัณฑ์สามารถกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมระดับประเทศด้านระบบบริหารจัดการการเคลื่อนที่ในเมืองอัจฉริยะด้วยบลูทูธ โดยใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำขนาดเล็กที่ติดตั้งอยยู่ตามป้ายบอกทาง สถานที่สำคัญ ร้านคา้ กองยานพาหนะ และรถบริการสาธารณะภายในเมือง เพื่อแจ้งข้อมูลในระยะใกล้ และเชื่อมต่อกับ IoT Gateway เช่น โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์อ่านสัญญาณบูลทูธที่ติดตั้งไว้ตามประตูทางเข้าออกของสถานที่ โดยจะทราบปริมาณการเข้าออกและรูปแบบการเคลื่อนที่ของยานพาหนะภายในเมือง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการจัดตารางการทำงาน (fleet scheduling) ของกองยานพาหนะของเทศบาลเมือง ควบคุมเวลาการให้บริการ (headway)ตามนโยบายที่ทางเทศบาลกำหนดหรือกองยานพาหนะของบริษัทเอกชนภายในเมือง

Senior Department Manager
Telephone 02-017 5555 ext 501
Fax 02-017 5566
Email vichian@nia.or.th

Description

Download

Description

Download

Description

Download

Description

Download

ISBN 978-616-12-0321-4      Published in March 2014

ISBN 978-616-12-0321-4  Published in July 2015

ISBN 978-616-12-0444-0  Published in May 2016

ISBN 978-616-12-0471-6 Published in October 2016

Acting Department Manager, Strategic Information Unit
ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขา Knowledge Management, University of Surrey
Telephone 02-017 5555 ext 626
Fax 02-017 5566
Email chaiyatorn@nia.or.th

Director
Phd in Economics of Technological and Institutional Change (ETIC), Aalborg University Denmark
Telephone 02-017 5555
Fax 02-017 5566
Email pun-arj@nia.or.th
CV Dr-Pun-Arj-Chairatana-CV-Sept-2015

Internal Audit
Telephone 02-017 5555 ext 623
Fax 02-017 5566
Email teera@nia.or.th

Telephone 02-017 5555
Fax 02-017 5566
Email panadon@nia.or.th

Department Manager, Business Development Unit
เศรษฐศาสตนมหาบัญฑิต สาขาธุรกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Telephone 02-017 5555 ext 625
Fax 02-017 5566
Email pondchai@nia.or.th

Information Officer
Telephone 02-017 5555 ext 627
Fax 02-017 5566
Email sakchai@nia.or.th

นวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากสารสกัดหม้อข้าวหม้อแกงลิง (pitcher plant)โดยการนำกระเปาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูงมาทำการสกัดด้วยตัวทำละลายในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สารสกัดที่มีองค์ประกอบของสารเคอซิทิน (quercetin) ในปริมาณสูงจากนั้นจึงนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ลดการระคายเคือง และฟื้นฟูเกราะกำบังผิว

High-Value and High-Impact Innovation Portfolio with Tailor-Made Mechanisms

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has promised to offer its continuing support to the augmentation of high-value and high-impact innovation towards the economic and social development, particularly for startup entrepreneurs, SMEs owners, OTOP developers, and community enterprises. The NIA is immensely inspired by the idea to welcome locally renowned companies and outstanding foreign-based firms to collaborate with one another to fully achieve mutual goals, varying in:      

  • The augmentation of innovation capability of targeted industries.
  • The acquisition of technical support and financial budgets for innovation development.
  • The effectiveness of portfolio management.

The NIA has implemented its plans to support the development of innovation-based businesses conforming to the government’s policy, with the collaboration of strategic partners in Thailand and from other foreign nations. To increase efficiency of innovation for production, the public and private sector must work together and be adaptable to the government’s national development policies, prompting people in the country to comply with the Twenty-Year National Development Plan. Meanwhile, the NIA has rigorously attempted to strengthen the foundation for innovation, expected to cause a beneficial impact to national economic development. The NIA also pushed forward the development of innovation and technology through the Double S-Curve model.

    • The First S-Curve unveils the development of innovation for existing industries in Thailand. Such development is expected to increase production efficiency and the advancement of innovation for existing industries and will have a direct impact on the economic growth in both the short and long term. The existing industries requiring the development of innovation are listed below:
    1. 1. Next-Generation Automotive Industry
    2. 2. Smart Electronics Industry
    3. 3. Affluent, Medical, and Wellness Tourism Industry
    4. 4. Agriculture and Biotechnology Industry
    5. 5. Food for the Future Industry
    • The New S-Curve reveals remarkable changes in model and technology. Unlike the First S-Curve, the New S-Curve will serve as key mechanisms in fostering the economic “growth engine” for the next decade. New industries are described below:  
    1. 1. Robotics and Automation Industry
    2. 2. Aviation Industry
    3. 3. Biofuels and Biochemical Industry
    4. 4. Digital Technology Industry
    5. 5. Medical Hub Industry

 

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) is committed to developing innovation capability for innovative people from both public and private sectors, as part of an ambitious goal to propel innovation capacity development to the highest level.

Innovation Ladder – is progressed by a broad range of innovation knowledge and technological tools, with the expectation to highly satisfy various demands of service users, focusing mainly on:

  • The innovation capability assessment to determine the existing potential of an organization.
  • The consultancy services to ensure efficient and easy-to-apply solutions for different development situations.
  • The maximization of innovation capability development for organizations and individuals.

The NIA initiated the development of modern innovation tools for efficient and convenient innovation management, also known as the “Total Innovation Management (TIM)”. The NIA hence advanced the “Business Excellence Niche Standard Innovation” program for Standards, Productivity and Innovation for Growth (SPRING) from Singapore, the “EFQM Framework for Innovation” program for European Foundation for Quality Management (EFQM), and the “Functional Innovation System Model” program for Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit GmbH (GIZ) from Germany. Backed by the accomplishment of Total Innovation Management Framework (TIM Framework) and Total Innovation Management Manual (TIM Manual), the NIA was therefore renowned for being the biggest leader of innovation in Thailand.  

In 2016, the NIA, in collaboration with the Stock Exchange of Thailand (SET) and the Market for Alternative Investment (MAI), organized its innovation capability maximization program to strengthen the capability and competency of SET-listed investors to generate further development of innovative solutions so as to provide all customers with the highest satisfaction, while moving forward with business integrity and sustainability. Furthermore, the NIA was entrusted with the responsibility to support and promote the development of innovation-based businesses, leading to the advancement of Total Innovation Management (TIM). According to the report, TIM served as a tool to propel the private sector to make use of innovation in a strategic and consistent manner to encourage the evolution of innovation culture, leading to innovation excellence and sustainability. Significantly, TIM was expected to lead outstanding innovation-based organizations to further achievement by being honored with the “Best Innovation Organization” title.

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has reiterated its intention to increase opportunities to promote the “Innovation Diffusion” strategy, as part of a goal to propel innovation-based products to take a huge leap of growth. Additionally, innovative entrepreneurs will be able to expand their business potential corresponding to the advancement of the Innovation Ladder, applied with the following key mechanisms:    

  • The development of new marketing models to benefit innovation-based projects.
  • The advancement of innovation mechanisms and tools to support innovation market diffusion.
  • The collaboration of foreign investment partners to stimulate greater innovation-based investment and technological knowledge dissemination.

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) successfully developed its Quadruple Helix model aiming to generate further development for national innovation, thanks to the cooperation of the public and private sectors, universities, and communities nationwide. The Quadruple Helix model is expected to lead innovative people to a hub of cooperation, connectivity, and co-creation, backed by the enhanced potential to make use of applied knowledge, progress with the development of skills and abilities, and increase efficiency in using limited innovative resources. This helps strengthen the Innovation Ecosystem in various dimensions, leading to several collective benefits as explained below:

  • The connectivity of innovation-based knowledge provided by several sectors.
  • The strength of innovation network and cooperation.
  • The maximization of innovation capability among members of the innovation network.

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) has applied Data Science to make efficient use of the entire knowledge from the obtained information, with the expectation to stimulate Competitive Intelligence leading to the achievement of Data-Driven Decision Making. The main objectives of Data Science are:

  • To create efficient innovation mechanisms and tools to empower the analysis and assessment of innovation systems.
  • To develop supportive mechanisms with modernity and completion of innovation coverage.
  • To elevate the quality and effectiveness of innovation systems. 

Lorem Ipsum

“Neque porro quisquam est qui dolorem ipsum quia dolor sit amet, consectetur, adipisci velit…”

“There is no one who loves pain itself, who seeks after it and wants to have it, simply because it is pain…”

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Etiam maximus sem vitae ex dignissim, eu vestibulum lectus venenatis. Donec fringilla euismod nulla et suscipit. Duis fringilla gravida arcu, vitae tempus ipsum dapibus vitae. Vivamus vel est laoreet, lacinia nunc id, maximus ante. Etiam semper non erat a auctor. Quisque posuere cursus nisl, vel vestibulum lorem congue non. Duis ac mattis nulla, a faucibus urna. Maecenas ut nulla vitae dolor eleifend gravida. Donec eget molestie ante. Mauris tempus metus vitae eros accumsan ornare. Aenean ac sapien metus. Aenean eleifend nisi et nisi vehicula, nec congue augue iaculis. Nulla maximus massa condimentum velit sodales, ac hendrerit diam scelerisque.

Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Etiam lorem erat, pellentesque egestas semper et, dignissim eget turpis. Suspendisse sed arcu ac nibh malesuada eleifend facilisis sed arcu. Duis finibus, nisi et tempor placerat, nunc erat ultrices lacus, vel cursus sem nisl sed sem. Aliquam aliquet a diam a convallis. Maecenas sit amet dignissim mauris. Nunc id enim nibh. Sed eget ornare enim. Mauris viverra libero at vestibulum congue. Donec pretium tortor vel ex aliquam dapibus. Sed ligula metus, pretium vitae sapien ac, sollicitudin blandit dolor. Curabitur consequat metus ex, non semper metus auctor ut. Sed in ante at tellus cursus ultrices. Mauris id neque non tortor pharetra ullamcorper. Vivamus rutrum urna in enim fermentum commodo. Nullam posuere nulla eu velit pretium, non vestibulum ex rutrum.

Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia Curae; Nunc vitae urna tincidunt, cursus magna dapibus, scelerisque massa. Nam iaculis sodales efficitur. Mauris laoreet eu lectus egestas condimentum. Pellentesque maximus, justo et pharetra posuere, nisi nulla sollicitudin ipsum, quis vestibulum lacus augue non libero. Nulla facilisi. Suspendisse vel eros efficitur, interdum justo nec, congue nisi. Donec maximus sem rutrum, dapibus ante non, finibus nibh.

Mauris at nibh eu turpis pretium molestie et nec est. Nam sagittis arcu quam, eu lacinia eros lacinia et. Phasellus ultricies malesuada hendrerit. Etiam ac dolor libero. Suspendisse quis commodo quam, hendrerit mollis arcu. Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Curabitur sollicitudin ultrices nisl, ac tincidunt odio tincidunt sed. Donec ac purus nulla. Cras at volutpat metus, finibus pulvinar erat. In fringilla sapien erat. Pellentesque malesuada aliquet dui, et pulvinar neque rutrum quis.

Vivamus quis porta augue. Donec et fermentum lectus, vitae suscipit eros. Duis sagittis mattis urna vel mollis. Ut egestas arcu at molestie gravida. Fusce cursus mattis elit sed rutrum. Sed rutrum pharetra diam a consequat. Interdum et malesuada fames ac ante ipsum primis in faucibus. Sed porta blandit tortor, faucibus dapibus nunc consectetur et. Sed venenatis suscipit nunc, et volutpat augue facilisis at. Praesent sit amet nunc vestibulum, efficitur urna sed, hendrerit sem. Phasellus luctus vitae sapien in tincidunt. Donec luctus elit at fermentum ullamcorper. Praesent scelerisque cursus est ac auctor. Donec vel tellus lorem.

Lorem Ipsum

“Neque porro quisquam est qui dolorem ipsum quia dolor sit amet, consectetur, adipisci velit…”

“There is no one who loves pain itself, who seeks after it and wants to have it, simply because it is pain…”

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Etiam maximus sem vitae ex dignissim, eu vestibulum lectus venenatis. Donec fringilla euismod nulla et suscipit. Duis fringilla gravida arcu, vitae tempus ipsum dapibus vitae. Vivamus vel est laoreet, lacinia nunc id, maximus ante. Etiam semper non erat a auctor. Quisque posuere cursus nisl, vel vestibulum lorem congue non. Duis ac mattis nulla, a faucibus urna. Maecenas ut nulla vitae dolor eleifend gravida. Donec eget molestie ante. Mauris tempus metus vitae eros accumsan ornare. Aenean ac sapien metus. Aenean eleifend nisi et nisi vehicula, nec congue augue iaculis. Nulla maximus massa condimentum velit sodales, ac hendrerit diam scelerisque.

Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Etiam lorem erat, pellentesque egestas semper et, dignissim eget turpis. Suspendisse sed arcu ac nibh malesuada eleifend facilisis sed arcu. Duis finibus, nisi et tempor placerat, nunc erat ultrices lacus, vel cursus sem nisl sed sem. Aliquam aliquet a diam a convallis. Maecenas sit amet dignissim mauris. Nunc id enim nibh. Sed eget ornare enim. Mauris viverra libero at vestibulum congue. Donec pretium tortor vel ex aliquam dapibus. Sed ligula metus, pretium vitae sapien ac, sollicitudin blandit dolor. Curabitur consequat metus ex, non semper metus auctor ut. Sed in ante at tellus cursus ultrices. Mauris id neque non tortor pharetra ullamcorper. Vivamus rutrum urna in enim fermentum commodo. Nullam posuere nulla eu velit pretium, non vestibulum ex rutrum.

Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia Curae; Nunc vitae urna tincidunt, cursus magna dapibus, scelerisque massa. Nam iaculis sodales efficitur. Mauris laoreet eu lectus egestas condimentum. Pellentesque maximus, justo et pharetra posuere, nisi nulla sollicitudin ipsum, quis vestibulum lacus augue non libero. Nulla facilisi. Suspendisse vel eros efficitur, interdum justo nec, congue nisi. Donec maximus sem rutrum, dapibus ante non, finibus nibh.

Mauris at nibh eu turpis pretium molestie et nec est. Nam sagittis arcu quam, eu lacinia eros lacinia et. Phasellus ultricies malesuada hendrerit. Etiam ac dolor libero. Suspendisse quis commodo quam, hendrerit mollis arcu. Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Curabitur sollicitudin ultrices nisl, ac tincidunt odio tincidunt sed. Donec ac purus nulla. Cras at volutpat metus, finibus pulvinar erat. In fringilla sapien erat. Pellentesque malesuada aliquet dui, et pulvinar neque rutrum quis.

Vivamus quis porta augue. Donec et fermentum lectus, vitae suscipit eros. Duis sagittis mattis urna vel mollis. Ut egestas arcu at molestie gravida. Fusce cursus mattis elit sed rutrum. Sed rutrum pharetra diam a consequat. Interdum et malesuada fames ac ante ipsum primis in faucibus. Sed porta blandit tortor, faucibus dapibus nunc consectetur et. Sed venenatis suscipit nunc, et volutpat augue facilisis at. Praesent sit amet nunc vestibulum, efficitur urna sed, hendrerit sem. Phasellus luctus vitae sapien in tincidunt. Donec luctus elit at fermentum ullamcorper. Praesent scelerisque cursus est ac auctor. Donec vel tellus lorem.

Lorem Ipsum

“Neque porro quisquam est qui dolorem ipsum quia dolor sit amet, consectetur, adipisci velit…”

“There is no one who loves pain itself, who seeks after it and wants to have it, simply because it is pain…”

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Etiam maximus sem vitae ex dignissim, eu vestibulum lectus venenatis. Donec fringilla euismod nulla et suscipit. Duis fringilla gravida arcu, vitae tempus ipsum dapibus vitae. Vivamus vel est laoreet, lacinia nunc id, maximus ante. Etiam semper non erat a auctor. Quisque posuere cursus nisl, vel vestibulum lorem congue non. Duis ac mattis nulla, a faucibus urna. Maecenas ut nulla vitae dolor eleifend gravida. Donec eget molestie ante. Mauris tempus metus vitae eros accumsan ornare. Aenean ac sapien metus. Aenean eleifend nisi et nisi vehicula, nec congue augue iaculis. Nulla maximus massa condimentum velit sodales, ac hendrerit diam scelerisque.

Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Etiam lorem erat, pellentesque egestas semper et, dignissim eget turpis. Suspendisse sed arcu ac nibh malesuada eleifend facilisis sed arcu. Duis finibus, nisi et tempor placerat, nunc erat ultrices lacus, vel cursus sem nisl sed sem. Aliquam aliquet a diam a convallis. Maecenas sit amet dignissim mauris. Nunc id enim nibh. Sed eget ornare enim. Mauris viverra libero at vestibulum congue. Donec pretium tortor vel ex aliquam dapibus. Sed ligula metus, pretium vitae sapien ac, sollicitudin blandit dolor. Curabitur consequat metus ex, non semper metus auctor ut. Sed in ante at tellus cursus ultrices. Mauris id neque non tortor pharetra ullamcorper. Vivamus rutrum urna in enim fermentum commodo. Nullam posuere nulla eu velit pretium, non vestibulum ex rutrum.

Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia Curae; Nunc vitae urna tincidunt, cursus magna dapibus, scelerisque massa. Nam iaculis sodales efficitur. Mauris laoreet eu lectus egestas condimentum. Pellentesque maximus, justo et pharetra posuere, nisi nulla sollicitudin ipsum, quis vestibulum lacus augue non libero. Nulla facilisi. Suspendisse vel eros efficitur, interdum justo nec, congue nisi. Donec maximus sem rutrum, dapibus ante non, finibus nibh.

Mauris at nibh eu turpis pretium molestie et nec est. Nam sagittis arcu quam, eu lacinia eros lacinia et. Phasellus ultricies malesuada hendrerit. Etiam ac dolor libero. Suspendisse quis commodo quam, hendrerit mollis arcu. Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Curabitur sollicitudin ultrices nisl, ac tincidunt odio tincidunt sed. Donec ac purus nulla. Cras at volutpat metus, finibus pulvinar erat. In fringilla sapien erat. Pellentesque malesuada aliquet dui, et pulvinar neque rutrum quis.

Vivamus quis porta augue. Donec et fermentum lectus, vitae suscipit eros. Duis sagittis mattis urna vel mollis. Ut egestas arcu at molestie gravida. Fusce cursus mattis elit sed rutrum. Sed rutrum pharetra diam a consequat. Interdum et malesuada fames ac ante ipsum primis in faucibus. Sed porta blandit tortor, faucibus dapibus nunc consectetur et. Sed venenatis suscipit nunc, et volutpat augue facilisis at. Praesent sit amet nunc vestibulum, efficitur urna sed, hendrerit sem. Phasellus luctus vitae sapien in tincidunt. Donec luctus elit at fermentum ullamcorper. Praesent scelerisque cursus est ac auctor. Donec vel tellus lorem.

Lorem Ipsum

“Neque porro quisquam est qui dolorem ipsum quia dolor sit amet, consectetur, adipisci velit…”

“There is no one who loves pain itself, who seeks after it and wants to have it, simply because it is pain…”

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Etiam maximus sem vitae ex dignissim, eu vestibulum lectus venenatis. Donec fringilla euismod nulla et suscipit. Duis fringilla gravida arcu, vitae tempus ipsum dapibus vitae. Vivamus vel est laoreet, lacinia nunc id, maximus ante. Etiam semper non erat a auctor. Quisque posuere cursus nisl, vel vestibulum lorem congue non. Duis ac mattis nulla, a faucibus urna. Maecenas ut nulla vitae dolor eleifend gravida. Donec eget molestie ante. Mauris tempus metus vitae eros accumsan ornare. Aenean ac sapien metus. Aenean eleifend nisi et nisi vehicula, nec congue augue iaculis. Nulla maximus massa condimentum velit sodales, ac hendrerit diam scelerisque.

Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Etiam lorem erat, pellentesque egestas semper et, dignissim eget turpis. Suspendisse sed arcu ac nibh malesuada eleifend facilisis sed arcu. Duis finibus, nisi et tempor placerat, nunc erat ultrices lacus, vel cursus sem nisl sed sem. Aliquam aliquet a diam a convallis. Maecenas sit amet dignissim mauris. Nunc id enim nibh. Sed eget ornare enim. Mauris viverra libero at vestibulum congue. Donec pretium tortor vel ex aliquam dapibus. Sed ligula metus, pretium vitae sapien ac, sollicitudin blandit dolor. Curabitur consequat metus ex, non semper metus auctor ut. Sed in ante at tellus cursus ultrices. Mauris id neque non tortor pharetra ullamcorper. Vivamus rutrum urna in enim fermentum commodo. Nullam posuere nulla eu velit pretium, non vestibulum ex rutrum.

Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia Curae; Nunc vitae urna tincidunt, cursus magna dapibus, scelerisque massa. Nam iaculis sodales efficitur. Mauris laoreet eu lectus egestas condimentum. Pellentesque maximus, justo et pharetra posuere, nisi nulla sollicitudin ipsum, quis vestibulum lacus augue non libero. Nulla facilisi. Suspendisse vel eros efficitur, interdum justo nec, congue nisi. Donec maximus sem rutrum, dapibus ante non, finibus nibh.

Mauris at nibh eu turpis pretium molestie et nec est. Nam sagittis arcu quam, eu lacinia eros lacinia et. Phasellus ultricies malesuada hendrerit. Etiam ac dolor libero. Suspendisse quis commodo quam, hendrerit mollis arcu. Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Curabitur sollicitudin ultrices nisl, ac tincidunt odio tincidunt sed. Donec ac purus nulla. Cras at volutpat metus, finibus pulvinar erat. In fringilla sapien erat. Pellentesque malesuada aliquet dui, et pulvinar neque rutrum quis.

Vivamus quis porta augue. Donec et fermentum lectus, vitae suscipit eros. Duis sagittis mattis urna vel mollis. Ut egestas arcu at molestie gravida. Fusce cursus mattis elit sed rutrum. Sed rutrum pharetra diam a consequat. Interdum et malesuada fames ac ante ipsum primis in faucibus. Sed porta blandit tortor, faucibus dapibus nunc consectetur et. Sed venenatis suscipit nunc, et volutpat augue facilisis at. Praesent sit amet nunc vestibulum, efficitur urna sed, hendrerit sem. Phasellus luctus vitae sapien in tincidunt. Donec luctus elit at fermentum ullamcorper. Praesent scelerisque cursus est ac auctor. Donec vel tellus lorem.