ความเป็นมา

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2546 อนุมัติการจัดตั้ง “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)” ให้เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีระบบบริหารงานที่เป็นอิสระจากระบบราชการ โดยให้โอนเงินในส่วนของ “กองทุนพัฒนานวัตกรรม” มาเป็นทุนประเดิมของสำนักงานฯ และในขณะเดียวกันให้บริหาร “เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี” ตามระเบียบกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี พ.ศ. 2546 เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวข้างต้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้มีคำสั่งที่ 84/2546 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2546 จัดตั้ง “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)” ขึ้นโดยดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ตามคำสั่งที่ 91/2546 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 ซึ่งได้วางกรอบนโยบายให้เป็นสำนักงานที่มีขนาดเล็กมาก เพื่อให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูง

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ.2552

ต่อมาได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [สนช.]” เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2552 จึงทำให้ สนช. มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบขององค์กรไปสู่การเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน โดยมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลเต็มตัว และมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างชัดเจน โดย สนช. ได้สร้างแนวทางในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโครงการนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เป็นห่วงโซ่มูลค่า (value chain) บนฐานความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ

สนช. ตระหนักเป็นอย่างดีว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ “นวัตกรรม” เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วยปัจจัยด้านความเป็นผู้ประกอบการ และปัจจัยด้านความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังนั้น สนช. กำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) โดยการนำองค์ความรู้จากหน่วยงานวิชาการทั้งหมดทั้งในและต่างประเทศมาประยุกต์ใช้และได้ร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรม เพื่อการรังสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมและมีศักยภาพต่ออุตสาหกรรมของประเทศ โดย สนช. ได้มีการพิจารณาทบทวนแผนการดำเนินงานที่วางไว้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานในแต่ละปี ดังนี้

พ.ศ. 2547 “ปีแห่งการสร้างระบบการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม” 
สนช. มุ่งเน้นการสร้างแนวทางการพัฒนาระบบเพื่อยกระดับนวัตกรรมของประเทศ การพัฒนาและสนับสนุนโครงการนวัตกรรม การส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม และการพัฒนาองค์กรนวัตกรรมและนโยบายนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ

พ.ศ. 2548 “ปีแห่งการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม” 
สนช. มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างความตื่นตัวด้านนวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในประเทศ อาทิ การริเริ่มจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2548 การริเริ่มจัดงานประชุมระดับนานาชาติด้านการจัดการนวัตกรรม

พ.ศ. 2549 “ปีแห่งการสร้างหุ้นส่วนและเครือข่ายนวัตกรรม” 
สนช. มุ่งเน้นให้เกิดการร่วมกันทำงานในลักษณะของหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรเอกชน อาทิ การเชิดชูเกียรติเมธีส่งเสริมนวัตกรรม (Innovation Ambassador) เพื่อสร้างเครือข่ายนวัตกรรมของผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ความร่วมมือในการจัดงานตลาดนัดนวัตกรรม 2549 ระหว่าง สนช. วช. สสว.

พ.ศ. 2550 “ปีแห่งการสร้างระบบนวัตกรรม”
สนช . มุ่งพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศโดยดำเนินการในสามด้าน ได้แก่ แผนยกระดับนวัตกรรม แผนส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม และแผนสร้างระบบและองค์กรนวัตกรรม ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 87 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและการเงินรวม 117,331,099 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1,031,748,862 บาท

พ.ศ. 2551 “ปีแห่งการร่วมรังสรรค์นวัตกรรม”
สนช. มุ่งเน้นการร่วมมือกับเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม ประกอบด้วยหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อการรังสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมและมีศักยภาพต่ออุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 83 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและการเงินรวม 49,670,270 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 804,247,328 บาท

พ.ศ. 2552 “ปีแห่งการพัฒนานวัตกรรมระบบเปิด”
สนช. มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้จากหน่วยงานวิชาการทั้งในและต่างประเทศมาประยุกต์ใช้และได้ร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อการรังสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมและมีศักยภาพต่ออุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 98 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและการเงินรวม 71,120,810 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1,828,202,542 บาท นอกจากนี้ สนช. ยังได้รับรางวัล “หน่วยงานดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ (ด้านส่งเสริมธุรกิจเอกชน)” จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. 2553 “ปีแห่งการสร้างอุตสาหกรรมใหม่”
สนช. มุ่งเน้นการดำเนินงานที่ส่งผลต่อการยกระดับห่วงโซ่อุปทานและชักนำไปสู่การสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 123 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและการเงินรวม 64,721,189 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 936,369,539 บาท

พ.ศ. 2554 “ปีแห่งการยกระดับยุทธศาสตร์นวัตกรรม”
สนช. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างมีรากฐาน ตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายไว้ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศในระยะยาว ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 119 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนรวม 91,039,862 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 2,979,189,454 บาท

พ.ศ. 2555 “ปีแห่งการก้าวสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
สนช. มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพในการแข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรม โดย สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 261 โครงการ ซึ่งมีวงเงินสนับสนุนรวม 120,245,422 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 2,278,063,488 บาท

พ.ศ. 2556 “ปีแห่งการสร้างธุรกิจนวัตกรรมสู่ AEC”
สนช. มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยยังคงความสามารถของการเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม ตลอดจนพัฒนาและเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 84 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนรวม 82,945,152 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 2,043,720,027 บาท

พ.ศ. 2557 “ปีแห่งการเผยแพร่นวัตกรรมสู่สากล”
สนช. มุ่งนำเสนอคุณค่านวัตกรรมของประเทศไทยให้ประจักษ์ในระดับสากล ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนในการนำผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยผู้ประกอบการไทยไปนำเสนอและเข้าร่วมประกวดรางวัลระดับนานาชาติ ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 90 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนรวม 80,489,637 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 2,106,745,802 บาท

พ.ศ. 2558 “ปีแห่งการวิศวนวัตกรรม (Innovationeering)”
สนช. มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างระบบนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน บนความร่วมมือในทุกภาคส่วนเพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและบริการที่เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่ง สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรม จำนวน 75 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนรวม 107,637,404 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1,503,399,244 บาท

พ.ศ. 2559 “ปีแห่งการส่งเสริมสตาร์ทอัพ”
สนช. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพ เพื่อพัฒนาศักยภาพประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการสร้างสตาร์ทอัพในระดับนานาชาติ โดยระดมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพของประเทศให้มาเป็นแนวร่วมในการสร้างความตระหนักและความตื่นตัวในการพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดกลุ่มสตาร์ทอัพขึ้นในประเทศไทย และส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยในปีนี้ สนช. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศผ่านกระบวนการส่งเสริมการสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมให้แก่ภาคการผลิตและภาคสังคม ผ่านกลยุทธ์ที่สำคัญดังนี้

ผลจากความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและเร่งรัดให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ โดยกำหนดบทบาทการปฏิบัติงานในลักษณะของผู้ร่วมรังสรรค์นวัตกรรม  ตลอดจนการเป็นผู้สนับสนุนและผู้ให้บริการร่วมกับองค์กรภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการนวัตกรรม จึงทำให้ สนช. ได้รับการเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ

  • รางวัล “หน่วยงานดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ (ด้านส่งเสริมธุรกิจเอกชน)” จากคณะอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติ ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
  • ใบประกาศเกียรติคุณใน “โครงการวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ” ในฐานะองค์กรที่มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างสรรค์ประโยชน์ทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม จากคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา
  • รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 “ประเภทหน่วยงานดีเด่นระดับประเทศ” เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษาด้วยหลักสูตรที่มีคุณภาพเพื่อสร้างบุคลากรด้านนวัตกรรมให้กับประเทศ จากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ

picture12