ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)


การศีกษา

EDUCATION

  • ปริญญาเอก สาขากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ Doctor of Juridical Science (S.J.D.), American University, Washington, DC, U.S.
  • ปริญญาโท Master of Laws (LL.M.), University of Pennsylvania และ LL.M., American University
  • ปริญญานิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 50
  • ปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประสบการณ์

WORK EXPERIENCE

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา งานพัฒนาความร่วมมือกลุ่มพันธมิตร (ADO) สวทช. และช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล)
  • ที่ปรึกษาด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานเทคโนโลยี (CTECH) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
  • ผู้จัดการงานกลยุทธ์การตลาด สวทช. และช่วยราชการสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
  • ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายความร่วมมือภาครัฐ สวทช.
  • ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพัฒนากฎหมายและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ด้านกฎหมาย) สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2555-2560)
  • ผู้พิพากษาสมทบศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (พ.ศ. 2551-2556 และ 2559-ปัจจุบัน)

วิสัยทัศน์

VISION

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สนช. เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ โดยส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมและเสริมสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยนวัตกรรม รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) การสร้างองค์ความรู้และรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก 

 

STRATEGY

สิ่งสำคัญที่สุดในเชิงกลยุทธ์การทำงานคือต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางใดและจะมีส่วนในการส่งเสริมให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร รวมถึงการทำงานเป็นระบบเครือข่ายนวัตกรรมที่ต้องมีการทำงานร่วมกัน ดังนั้นในเรื่องของกลยุทธ์ต่างๆ ต้องมีเรื่องของความร่วมมือทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศให้เกิดขึ้นได้จริง

“ดังนั้นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำมี 2 เรื่อง คือ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนมีกลยุทธ์ที่เด่นชัดในการเดินไปข้างหน้าและการมีพันธมิตรที่มีเป้าหมายในการพัฒนาร่วมกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาและภาคประชาชน”

 

“นวัตกรรม คือ สิ่งใหม่ และในความใหม่นั้นต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเกิดการยอมรับในการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม” 

 

GOAL

สำหรับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ จะเป็นงานในด้านระบบนวัตกรรม ดังนั้นเป้าหมายสำคัญจึงเป็นเรื่องของการพัฒนาผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือ Startup รวมไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในด้านนวัตกรรมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ในด้านนวัตกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น พัฒนาความเป็น Entrepreneurship ให้กับผู้ประกอบการต่างๆ เริ่มตั้งแต่ในระดับอุดมศึกษาเป็นต้นไป เพื่อทำให้เกิดความคิดในการเป็นผู้ประกอบการ

“นอกเหนือจากการพัฒนาผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องของเยาวชน ต้องสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักว่าเมื่อเติบโตขึ้นจะสามารถเป็นนวัตกรรมและสร้างธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างไร”

ยังมีเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมที่จะสร้างระบบนวัตกรรมในระดับภูมิภาค (Regional Innovation System) มุ่งขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมในภูมิภาคต่างๆ เพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่กรุงเทพฯ แต่ต้องกระจายออกไปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ภูมิภาคต่างๆ มีระบบนวัตกรรมที่ดี มีธุรกิจนวัตกรรมและมีผู้ประกอบการนวัตกรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม (Innovative Thailand)

ความท้าทายในวันนี้คือระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation System) ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก อาจมองว่าเป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก แต่เป็นเรื่องที่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ ในบางประเทศระบบนวัตกรรมอาจเกิดจากการกำหนดเป็นนโยบาย แต่การจะขับเคลื่อนในเรื่องของนวัตกรรมให้ได้ผลต้องมีเรื่องของการปฏิบัติ (Implementation) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพราะ สนช. มีคนไม่ถึง 100 คน แต่เมื่อกล่าวถึงระบบนวัตกรรมในระดับประเทศยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เช่น บริษัทขนาดเล็กที่มีเรื่องของนวัตกรรมก็มีถึง 3,000-4,000 บริษัท บริษัทในตลาดหลักทรัพย์อีกกว่า 600 บริษัท สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา รวมถึงนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น

“ดังนั้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งชาติ จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและต้องมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการที่จะก้าวสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมในอนาคต”