นางธีรีสา มัทวพันธุ์

รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)


การศึกษา

EDUCATION

  • Master’s Degree In Electrical Engineering (Major: Communications), The George Washington University, Washington, D.C., USA
  • Mini- Master of Business Administration, Kasetsart University, Thailand
  • Bachelor’s degree in Electrical Engineering, The George Washington University, Washington, D.C., USA

ประสบการณ์ทำงาน

WORK EXPERIENCE

  • Country Head of Goodship in Logistics Service, Honestbee (Southeast Asia) based in TH, Ecommerce Internet Company with HQ in Singapore : eCommerce & Logistics
  • Vice President in Customer Experience /Business Product Owner, Central Online, Central Group : eCommerce
  • Vice President in Corporate & Business Development, aCommerce (Southeast Asia) based in TH (HQ): eCommerce
  • Vice President of Operations, Ini3 Digital PLC. : Gaming
  • Country Manager - WebOn (Thailand): Software Development
  • Deputy GM - AR Group (IT, Enterprise Software): Software Development
  • General Manager - Thai-Bispa (Thailand Business Incubation and Science Park Association)
  • Business Development Manager - Thailand Science Park / Software Park Thailand (National Science and Technology Development Agency: NSTDA)

วิสัยทัศน์

VISION

ดิฉันคิดว่าวันนี้คงไม่ต้องถามแล้วว่านวัตกรรมมีความสำคัญอย่างไร แต่เราควรจะตั้งคำถามมากกว่าว่า เราจะยกระดับประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศโลกที่ 1 ด้วยนวัตกรรมได้อย่างไรจากประสบการณ์ที่ดิฉันผ่านการทำงานด้านนวัตกรรม ทั้งกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นบริษัทเติบโตจาก Startup Environment ดิฉันพบว่าเรื่องนวัตกรรมไม่ใช่เรื่องแค่การวิจัยและพัฒนาเท่านั้นแต่ต้องลงลึกไปถึงระดับบุคคล หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือเป็นความจำเป็นที่ทุกคนจะต้องมีความคิดด้านนวัตกรรม อย่างน้อยก็เพื่อพัฒนาชีวิตของตัวเอง นอกจากนี้นวัตกรรมยังเป็นเรื่องใกล้ตัวไม่ได้มีแค่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ยังเป็นเรื่องไอเดียความคิดที่จะสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดคุณค่าใหม่

ทุกคนทราบดีว่าฝ่ายเอกชนมีบทบาทในฐานะผู้ผลักดันหลักทางด้านเศรษฐกิจ ในขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน นั่นคือสิ่งที่ สนช. มีบทบาทในฐานะภาครัฐที่จะต้องมุ่งเน้นและเป็นผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนและทุกกลุ่มทางสังคมเพราะนวัตกรรมเป็นเรื่องของทุกคน นั่นหมายความว่าคุณจะต้องมีนวัตกรรมอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตเพื่อที่ว่าจะได้พัฒนางานหรือชีวิตส่วนตัว ในบริบทที่เป็นภาคชุมชนภาคองค์กรหรือระดับประเทศ ในขณะเดียวกัน สนช. ในฐานะองค์กรนวัตกรรมก็ควรเป็นตัวอย่างขององค์กรที่มีความสามารถในการ Transform เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตด้วยเช่นกัน โดยอาศัยความได้เปรียบจากการเป็นองค์กรที่มีความทันสมัยมีขนาดกะทัดรัดคล่องตัวตามโครงสร้างการทำงานแบบ Flat Organization ไม่ต่างไปจากโครงสร้างการทำงานในองค์กร Startup หรือองค์กรสมัยใหม่และพนักงานก็มีอายุเฉลี่ยน้อยถือว่าเป็นพนักงานของรัฐที่เป็นคนรุ่นใหม่

 

STRATEGY

กลยุทธ์ที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของการเป็นองค์กรที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วประสบความสำเร็จได้นั้นองค์กรจำเป็นจะต้องปรับปรุงใน 3 เรื่อง เริ่มจากการพัฒนาบุคลากรให้มี Leadership ของแนวคิดด้านนวัตกรรมให้เป็น DNA ของคนในองค์กรด้วยการหาทางเสริมสร้างศักยภาพพนักงานให้เพิ่มมากขึ้นทั้งในมุมที่เป็นเนื้อหาวิชาเฉพาะด้าน กรอบความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานและศาสตร์ทางศิลป์ เช่น ความคิดสร้างสรรค์หรือภาษาอังกฤษ เพราะเราจะต้องติดต่อกับต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่ง สนช. ก็มีแผนที่จะพัฒนากำลังคนในหลายๆ มิติ รวมถึงการสร้างกลไกการให้ทุนสนับสนุนการเรียนต่อ เพื่อที่จะสร้างให้พนักงาน สนช. มีคุณภาพในระยะยาวต่อมาเป็นเรื่องขององค์กรที่เราต้องสร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดค้นด้านนวัตกรรม สิ่งที่ดิฉันอยากเห็นก็คือ สนช.จะต้องเป็นองค์กรที่ Modernize และ Digitize ด้วยการปรับเปลี่ยนตั้งแต่โครงสร้างการทำงานและการบริหารจัดการภายในให้มีนวัตกรรมมากขึ้น เช่น พัฒนาการจัดการด้านเอกสารกับระบบการใช้งานให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น

สุดท้ายเป็นเรื่องการทำงานเป็นทีมเวิร์คผ่านการสร้างเครือข่ายกับองค์กรและบุคคลภายนอกทั้งต่างประเทศและในประเทศซึ่งที่ผ่านมา สนช. ทำมากอยู่แล้ว เราควรลงลึกในเรื่องการพัฒนาความร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่มี Impact จนส่งแรงกระเพื่อมให้ สนช. กลายเป็นองค์กรด้านนวัตกรรมในระดับสากล

 

“ในโลกปัจจุบันนี้ นวัตกรรมเป็นเรื่องของทุกคน นั่นหมายความว่าคุณจะต้องมีนวัตกรรมอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตเพื่อที่ว่าจะได้พัฒนางานหรือชีวิตส่วนตัวในบริบทที่เป็นภาคชุมชนภาคองค์กรหรือระดับประเทศ”

 

GOAL

เป้าหมายการทำงานของดิฉันมีส่วนของการทำงานภายในกับภายนอกในส่วนของการทำงานภายในดิฉันตั้งเป้าหมายการทำงานในปีนี้ไว้ว่าเราจะต้องพยายามปรับกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัลให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกรวดเร็วโดยเฉพาะงานบริหารจัดการ บัญชีการเงิน งานบุคคลและงานพัสดุ และสร้างสถานที่ทำงานของ สนช. ให้น่าอยู่น่าทำงาน เกิดการสร้างนวัตกรรมในงานได้และให้เจ้าหน้าที่เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานใน สนช.

ในขณะที่การทำงานภายนอกดิฉันวางเป้าหมายหลัก 3 ส่วนอย่างแรกคือ สนช. จะผลักดันตัวเองให้เป็นผู้เสนอแนะเชิงนโยบายแก่ประเทศในด้านนวัตกรรม โดยดำเนินงานมุ่งเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นเครือข่ายของ สนช. การผลักดันให้สถาบัน Innovation Foresight  Institute: IFI หรือสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรมเป็นที่รู้จักและสามารถดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้ในฐานะสถาบันที่ผลักดันในเรื่องการสร้างองค์ความรู้ด้านการศึกษาอนาคตขึ้นในประเทศไทย และสุดท้ายคือเป้าหมายการทำงานผ่านความร่วมมือการดำเนินงานต่างๆ กับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อที่ให้ สนช. มีตัวตนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการเป็นองค์กรนวัตกรรมระดับโลก และเป็นองค์กรนวัตกรรมที่หลายๆ คนพูดถึงและให้การยอมรับ