นายวิเชฐ ตันติวานิช

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ


    การศึกษา

    EDUCATION

    • MBA, Finance & Marketing University of Hartford, Connecticut, U.S.A.
    • ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงิน และการคลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     

    วุฒิบัตรการอบรมหลักสูตร

    • หลักสูตรสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 1
    • หลักสูตรผู้นำนำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 1
    • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCOT) รุ่นที่ 3
    • หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56
    • หลักสูตรกรรมการบริษัทไทย รุ่นที่ 2 (IOD) DCP2 Fellow Member

    ประสบการณ์ทำงาน

    WORK EXPERIENCE

    • ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการอิสระ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
    • กรรมการอิสระ ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
    • อนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
    • กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)
    • รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

    ดูแลสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

    • ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Mai), ประธานที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    • รองประธานคณะกรรมการอำนวยการ สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.)
    • กรรมการที่ปรึกษาด้านงานวิจัยและการกำกับดูแลกิจการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

     

    CURRENT POSITION

    • ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean)
    • กรรมการอิสระ และประธานคณะอนุกรรมการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    • ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)
    • ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท หลักทรัพย์ จีเอ็ม โอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด
    • กรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการอิสระ บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการอิสระ บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
    • ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.)ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    วิสัยทัศน์

    VISION

    สนช.ไม่ได้เป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ แต่สามารถสร้างนวัตกรรมชิ้นใหญ่ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างได้ ดังนั้นวิสัยทัศน์ที่เราควรจะมุ่งไป เราต้อง Position ตัวเองให้เป็นเซ็นเตอร์ของการสร้างอิมแพคไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด ซึ่งการสร้างอิมแพค อาจเกิดจากการผลักดันไปที่หน่วยงานที่เป็นเซ็นเตอร์ในด้านความรู้หรือเป็นเซ็นเตอร์ในการขับเคลื่อนองค์กรอื่นๆ ดังนั้นสนช. จึงไม่ใช่องค์กรเดียวที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนวัตกรรมของทั้งประเทศ แต่ สนช. สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นในการสร้างนวัตกรรมได้ นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่ สนช. แต่เราสามารถทำหน้าที่สร้างแรงกระเพื่อมหรือสร้างผลกระทบในวงกว้างให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงภาคการศึกษาเพื่อทำให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้วยตัวของเขาเอง

     

    STRATEGY

    สำหรับวิธีการขับเคลื่อนในเชิงกลยุทธ์ เราต้องเน้นการเชื่อมโยงเข้าไปในทุกหน่วยงาน เพื่อให้เขามองเห็นและเข้าใจได้ว่า นวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไปหรือด้วยตัวของเขาเองไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เราต้องพยายามสร้างความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้นเพื่อให้เขามีความรู้สึกว่าการกระทำเพื่อให้เกิดนวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเขาโดยไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถระดับสูงหรือต้องการลงทุนสูง เพียงแค่การที่เขาที่สามารถแก้ปัญหาบางอย่างเองได้ ก็จะเกิดเป็นวัฒนธรรมการรับรู้ในเรื่องของนวัตกรรม

     

    สุดท้ายเราก็สนับสนุนเขาด้วยการสร้างแรงขับเคลื่อนเพื่อดึงเอาวัฒนธรรมที่สามารถสร้างอิมแพคขนาดใหญ่ขึ้นมาพัฒนาต่อยอดและเผยแพร่เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เช่น การทำวิดีโอคลิปเผยแพร่หรือการกให้รางวัลเพื่อผลักดันให้เกิดการรับรู้

     

    “นวัตกรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นการสร้างอะไรใหม่ๆ และอาจไม่จำเป็นต้องมีเรื่องของเทคโนโลยี หรือวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย เพราะการแก้ปัญหาอะไรสักอย่างได้สำเร็จก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม เพราะปัญหาอาจยังไม่เคยเกิดขึ้นหรือยังไม่เคยมีใครแก้ได้ และถ้าเราคิดว่า การแก้ปัญหาในทุกๆ เรื่องสามารถเกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นได้

    คำว่า นวัตกรรม ก็จะกลายเป็นความคุ้นเคยที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองก็สามารถสร้างนวัตกรรมขึ้นมาได้เช่นกัน”

     

    GOAL

    ผมจะพยายามผลักดันแนวคิดเหล่านี้เข้าไปในคณะกรรมการเราต้องสร้างนโยบายในแง่ของการรับรู้ว่านวัตกรรมคือวัฒนธรรม ซึ่งแรงผลักดันตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการสร้าง Networkingของคนที่อยากจะทำงานกับ สนช. เราต้องไปทำให้เขารู้สึกชื่นชมตัวของเขาเองว่าเขาสามารถทำได้ โดยมี สนช. เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเรื่องเหล่านั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อทำงานแล้วต้องให้เขามาชื่นชมงานของเรา

     

    ความท้าทายจึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยน Mindset เนื่องจากบางครั้งในความคิดของแต่ละคนจะมี Culture อื่นๆ ฝังอยู่ จึงเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยน Mindset ที่มีแนวคิดเรื่องอื่น

    ฝังอยู่ แต่เราก็ต้องพยายามเริ่มทำจากจุดเล็กๆ ไปก่อน เช่น เริ่มต้นจากสถาบันการศึกษา ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นจุดที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด