รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ

ประธานกรรมการ


  • Phone: 02-017 5555
  • Fax: 02-017 5566

เกิด  5 ธันวาคม 2498

การศึกษา

  • ปริญญาเอกวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (นิวเคลียร์) Kent State University ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ฟิสิกส์)Kent State University ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต (ฟิสิกส์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 ประสบการณ์การทำงาน

  • ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
  • ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
  • ประธานกรรมการบริหารองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

 

CURRENT POSITION

  • อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • ประธานกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
  • กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วิสัยทัศน์

เท่าที่ผมสังเกตดูประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนเกิดขึ้นจากคนในประเทศมีความสามารถในการคิดค้นด้านนวัตกรรมและวันนี้โลกเราก็ยังคงแข่งขันที่จะสร้างนวัตกรรม ดังนั้นถ้าไม่มีนวัตกรรมในอนาคตก็คงจะสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศได้ยาก

ในฐานะที่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมมักจะเห็นการพัฒนางานวิจัยออกมาเป็นโปรดักต์ แต่สิ่งที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนและทำให้เกิดขึ้นคือความคิดด้านนวัตกรรมจะต้องถูกดีไซน์มาตั้งแต่ตอนแรกหรือถูกสร้างเข้าไปในวิธีคิดของนักวิจัย ดังนั้นการที่จะทำให้ประเทศไทยมีความสามารถด้านนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถบนเวทีการค้าโลกได้นั้น ผมวางวิสัยทัศน์การทำงานอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน

อย่างแรกคือการสร้าง Innovation Ecosystem ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการคิดค้นนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในทุกๆ บ้าน ทุกสำนักงาน กระทั่งทุกหน่วยราชการสภาพแวดล้อมในที่นี้เกิดขึ้นได้จากการสร้างความตระหนักและสร้างสภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Maker Space, Co-working Space หรือแม้แต่ในหลักสูตรตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ควรที่จะต้องมีบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรม

ต่อมาคือการสร้าง Innovation Platform โดย สนช.จะต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยกลางในการผสานการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีบทบาทหรือแนวทางสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรม ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อเดินหน้าไปอย่างมีพลัง โดยสร้างเป็นยุทธศาสตร์นวัตกรรมแห่งชาติ เพราะหากต่างคนต่างทำจะไม่ก่อให้เกิดปึกแผ่น

เรื่องที่สาม สนช. ควรมีบทบาทในการเป็น System Integrator เชื่อมโยงกลุ่มคนที่มีความสามารถทางนวัตกรรมเชื่อมโยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้เกิดการสร้างนวัตกรรม เช่น ย่านหรือชุมชนต่างๆ ผลักดันให้นวัตกรรมเกิดขึ้นในบริเวณต่างๆ กัน บางทีเรียก “ย่านนวัตกรรม”

และข้อสุดท้าย สนช. ต้องผลักดันให้นวัตกรรมเกิด Impact ทั่วประเทศผ่านแนวทางการสร้าง Local Innovation Ecosystem ซึ่งอาจเริ่มจากหัวเมืองใหญ่ โดยใช้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการผลิตนวัตกรรม “Innovation Economy เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่จะทำให้ประเทศมีความล้ำหน้าทางด้านเศรษฐกิจและมีความสามารถทางการแข่งขันเพราะการค้าของโลกเราในวันนี้คือระบบเศรษฐกิจที่สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม”

STRATEGY

อันแรกเราต้องระดมสมองคิดเป็นแผนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงไอเดียจากทุกภาคส่วน จนไปถึงวัยรุ่น นักศึกษาและกลุ่มอาจารย์เข้ามากำหนดนโยบายเพื่อนำเสนอเป็นแม่บทในการบริหาร อย่างประเด็นของการเป็น System Integrator แน่นอนว่า เราต้องเริ่มดำเนินการทำงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและวิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศซึ่งเป็นแหล่งที่มีต้นทุนวัตถุดิบทั้งทรัพยากรบุคคล งานวิจัยและนักวิจัย ตลอดจนเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆและวิธีการทำงานแบบนี้จะทำให้เกิด Local Startupและ Local Innovative Product มากมาย เพราะพลังของการสร้างสรรค์ทางด้านนวัตกรรมมาจากทุกทิศทุกทางทั่วประเทศ

GOAL

กับเป้าหมายการทำงานของผมในวาระที่ดำรงตำแหน่งเป็นคณะผู้บริหาร สนช. ผมอยากจะผลักดันให้ สนช. เป็นหน่วยงานกลางที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้หน่วยงานจากภาครัฐทำงานร่วมกันอย่างเป็นปึกแผ่นและเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันและเดินหน้าสร้างชุมชนหรือเมืองต่างๆ ให้เป็นย่านนวัตกรรมทั่วประเทศ รวมถึงผลักดัน Innovation Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการจัดสถานที่แหล่งเงินทุนจนไปถึงเวทีการประกวด ซึ่งจะเป็นการลับเหลี่ยมมุมด้านนวัตกรรมให้เฉียบคมยิ่งขึ้น