Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

3 มิติสำคัญ การผลักดัน AI ของไทย

17 มิถุนายน 2569 124

3 มิติสำคัญ การผลักดัน AI ของไทย


🤖 AI ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงานอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่ช่วย "ขยายศักยภาพของมนุษย์" ทั้งด้านการคิด การเรียนรู้ การสร้างสรรค์ ไปจนถึงการมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

🚀 นั่นคือหัวใจของเวทีเสวนา "AI: The Invisible Architect of Future Industry" ที่ NIA จัดขึ้น โดยมี ดร.พีพี - พัทน์ ภัทรนุธาพร MIT Professor, Founding Director of the Cyborg Psychology research group & Co-director of the MIT Media Lab’s Advancing Humans with AI (AHA) research program ร่วมแชร์มุมมองและแนวคิดในการผลักดัน AI ของไทยใน 3 มิติสำคัญ 

💡 1. AI Augmentation: การมอง AI ในฐานะ “คู่คิด” ที่ช่วยขยายศักยภาพของมนุษย์ 

ทุกวันนี้ AI ไม่ใช่แค่เครื่องตอบคำถาม แต่สามารถเป็น Digital Twin หรือแบบจำลองตัวตนในอนาคตที่ช่วยให้เราเห็นความเป็นไปได้ของชีวิต ฝึก “Critical Thinking และเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกจริงได้ 

แนวคิดนี้จะช่วยเปิดโลกจินตนาการให้เด็กไทย ผ่านการมองเห็นบทบาทอาชีพและเส้นทางชีวิตที่หลากหลาย ขณะเดียวกันยังต่อยอดไปสู่การคาดการณ์ในมิติอื่นๆ ทั้งด้านสุขภาพ พฤติกรรม หรือคุณภาพชีวิตในอนาคต

🛡️ 2. Human Impact of AI: การทำความเข้าใจผลกระทบของ AI ก่อนจะสายเกินไป 

ยิ่ง AI เข้ามามีบทบาทต่อการสื่อสาร การตัดสินใจ และการรับรู้ข้อมูลมากขึ้น การศึกษาถึงผลกระทบของ AI อย่างเป็นระบบยิ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยต้องเร่งผลักดัน โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ “AI Dark Pattern” หรือรูปแบบการหลอกลวงผ่าน AI ที่กำลังมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการปลอมแปลงข้อมูล การสร้างบทสนทนาหลอกลวง หรือการให้ข้อมูลเท็จอย่างแนบเนียน 

การเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ จะต่อยอดไปสู่การพัฒนา AI เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันภัย เช่น  AI Watch Dog ที่ช่วยตรวจจับ เตือนภัย และปกป้องผู้คนจากการถูกหลอกลวงด้วย AI สิ่งนี้สะท้อนว่า ในอนาคต เทคโนโลยีอาจไม่ได้ถูกวัดกันเพียงว่า “ใครมี AI ที่ฉลาดที่สุด” แต่เป็น “ใครที่ออกแบบ AI ได้เข้าใจมนุษย์และรับผิดชอบต่อสังคมได้มากที่สุด”

🎭 3. HTAI (Heritage, Technology, Art and Innovation): การใช้ AI เพื่อยกระดับทุนวัฒนธรรม 

อีกหนึ่งมุมมองสำคัญคือ การนำ Hard Technology มาต่อยอด Soft Power เพื่อให้ทุนวัฒนธรรมสื่อสารออกไปได้อย่างร่วมสมัยและทรงพลังมากขึ้น

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การใช้ AI วิเคราะห์ “ท่ารำโขน” ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่บทศิลปะชั้นสูงของไทย โดย AI จะช่วยทำความเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหว ก่อนนำไปต่อยอดสร้างสรรค์เป็นท่าทางใหม่ๆ ที่โมเดิร์น เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น

🧑‍💻 อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในมิตินี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแทนที่วัฒนธรรมดั้งเดิม แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อรักษา และต่อยอดอัตลักษณ์ไทยไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา พร้อมเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของประเทศในอนาคตต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก แต่สิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตไปพร้อมกับ AI ได้จริง อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการสร้าง “คน” ที่กล้าจะเรียนรู้และลงมือทำ เปิดรับความเปลี่ยนแปลง และพร้อมจะทำงานร่วมกัน เพื่อใช้ AI ช่วยขยายศักยภาพของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง 

ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงใช้ “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ “ประเทศไทยจะใช้ AI เพื่อสร้างอนาคตแบบใด” ให้กับพวกเราทุกคน 

▶ รับชมการเสวนาย้อนหลัง หัวข้อ “AI: The Invisible Architect of Future Industry” ได้ที่ https://www.facebook.com/NIAThailand/videos/1294221189441432/