Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

บ้านโป่ง เมืองโป่งอาร์ต: แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยเส้นทางศิลปะ และประวัติศาสตร์ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

9 กรกฎาคม 2569 157

บ้านโป่ง เมืองโป่งอาร์ต: แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยเส้นทางศิลปะ และประวัติศาสตร์ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

 
บทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลกับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน


ทุกวันนี้ เทคโนโลยีดิจิทัล ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราจนแทบแยกไม่ออก ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกต่างนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน สุขภาพ การท่องเที่ยว กีฬา ไปจนถึงการบริหารจัดการเมือง

สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ได้มีการส่งเสริม “การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาผสานเข้ากับการท่องเที่ยว เช่น การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะมีข้อดีมากมาย แต่ในอีกมุมหนึ่ง ข้อจำกัดของมันก็อาจลดทอนการปฏิสัมพันธ์และสร้างความห่างเหินในสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นเทรนด์ใหม่จากกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ที่หันมาชวนกันออกกำลังกายในพื้นที่กลางแจ้งมากขึ้น เช่น การวิ่งชมเมือง การออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หรือการเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี ซึ่งกระแสนี้ได้แพร่กระจายและได้รับความนิยมอย่างมากจากคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ทำให้ผู้คนได้ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ได้ดูแลสุขภาพ และได้สร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ในสังคมไปพร้อมกัน


“บ้านโป่ง” เมืองแห่งศิลปะและประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา


หากเราลองขยับออกจากกรุงเทพมหานครมายังพื้นที่ใกล้เคียงที่ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง อย่าง อำเภอเมืองบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จะพบกับเมืองที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะร่วมสมัยที่โดดเด่น ผ่านผลงานสตรีทอาร์ตในย่าน “Street Art Banpong” ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กบนกำแพงที่สะท้อนวิถีชีวิตและเศรษฐกิจริมแม่น้ำแม่กลองได้อย่างมีชีวิตชีวา



นอกจากนี้ เมืองบ้านโป่งยังมีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาตะวันตก โดยเป็นชุมทางรถไฟที่สามารถเชื่อมต่อได้ถึง 3 เส้นทาง อีกทั้งยังมีทุนทางธรรมชาติที่หลากหลาย ทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เหล่านี้เองที่ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการพัฒนา “เส้นทางเช็กอินสุขภาพและการเรียนรู้เมือง” เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการเดิน การวิ่ง และการปั่นจักรยาน เข้ากับการเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมผ่าน นวัตกรรมบล็อกเชนสู่แพลตฟอร์ม “บ้านโป่ง เมืองโป่งอาร์ต เส้นทางสุขและเรื่องเล่าเมือง” ที่พัฒนาขึ้นโดย บริษัท มัชชิโน อินโนเวชั่น จำกัด โดยตั้งใจให้เป็นแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยเส้นทางศิลปะและประวัติศาสตร์ และอาศัยแกนหลักในการพัฒนาระบบบริการเชิงพื้นที่

โครงการนี้ใช้เสน่ห์ของศิลปะบนกำแพงและประวัติศาสตร์ของบ้านโป่งมาออกแบบเป็นเส้นทางกิจกรรมเดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ชุมชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ต่อยอดมาจากเทคโนโลยีบล็อกเชนของโครงการ NINNOI ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถจัดการสิทธิและมูลค่าของงานศิลปะดิจิทัลได้อย่างโปร่งใส ระบบดังกล่าวได้ถูกนำมาปรับใช้ในรูปแบบใหม่ คือการเก็บสะสม “Digital Badge” ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้มุ่งเน้นการเก็งกำไรในรูปแบบ NFT แต่ทำหน้าที่เป็น "สมุดทะเบียนการมีส่วนร่วมของประชาชน" และเป็นฐานข้อมูลการใช้พื้นที่เมืองสำหรับเทศบาลและชุมชน ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้วางแผนการจัดกิจกรรมเมือง เพื่อส่งเสริมด้านสุขภาพ กีฬา และการท่องเที่ยวในอนาคต เกิดเป็นความร่วมมือของคน ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน


 
ตัวอย่างกิจกรรมสำหรับผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม


ส่วนที่ 1: เส้นทางเช็กอินสุขภาพและการเรียนรู้เมือง

ผู้ใช้งานสามารถเลือกเส้นทางกิจกรรมตามความเหมาะสมของตนเอง ได้แก่ เส้นทางระยะสั้นสำหรับการเดินพักผ่อน เส้นทางระยะกลางสำหรับการวิ่ง หรือเส้นทางระยะยาวสำหรับการปั่นจักรยาน โดยเส้นทางเหล่านี้ได้รับการออกแบบร่วมกับชุมชนให้ครอบคลุมจุดสำคัญของเมืองบ้านโป่ง เช่น ย่าน Street Art แนวกำแพงศิลปะริมถนนและริมแม่น้ำ ย่านโรงภาพยนตร์เก่า ตลาดชุมชนเมืองเก่า และตลาดปลาสวยงาม

ในแต่ละจุดจะมีป้าย QR Code พร้อมสื่อเล่าเรื่องสั้น ๆ ทั้งรูปแบบข้อความและเสียง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างเมืองในอดีตกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

ส่วนที่ 2: แพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบบล็อกเชนเพื่อการติดตามผลและสร้างแรงจูงใจ

นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสนุกด้วยการสแกนจุดเช็กอินเพื่อรับ Digital Badge และสืบค้นเส้นทางที่ตนเองพิชิตได้สำเร็จตามเงื่อนไข เช่น เส้นทางไฟไหม้–ฟื้นเมือง เมืองโรงหนัง หรือ Street Art Mindful Walk เมื่อสะสมครบตามที่กำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษจากร้านค้าและบริการในพื้นที่ เช่น ส่วนลดเมนูสุขภาพจากร้านผัดไทยริมน้ำและคาเฟ่วิวกำแพง สิทธิ์เข้าร่วมเวิร์กช็อปศิลปะกับศิลปินท้องถิ่น หรือโปรแกรมทัวร์พิเศษที่นำเที่ยวโดยไกด์ชุมชน

จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่าแม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเคยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สร้างช่องว่างทางสังคม แต่ในปัจจุบันเราสามารถพลิกโฉมเทคโนโลยีเหล่านั้น ให้กลายมาเป็น "สะพาน" ที่เชื่อมโยงผู้คนกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงและชุมชนได้อย่างลงตัว แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้คอนเซปต์ “บ้านโป่ง เมืองโป่งอาร์ต เส้นทางสุขและเรื่องเล่าเมือง” ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถือเป็นโมเดลต้นแบบที่โดดเด่นในการบูรณาการ 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่:

การส่งเสริมสุขภาวะ (Health & Wellness): ตอบรับเทรนด์การออกกำลังกายกลางแจ้งของคนยุคใหม่ ผ่านการสร้างเส้นทางการเดิน การวิ่ง และปั่นจักรยานที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism): ด้วยการดึงเอาทุนทางประวัติศาสตร์และศิลปะร่วมสมัยอย่าง "สตรีทอาร์ต" มาเป็นจุดเช็กอินและสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวของเมือง

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy): เปลี่ยนความมุ่งมั่นในการออกกำลังกายให้เป็นสิทธิประโยชน์และส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่ เกิดการกระจายรายได้สู่ฐานรากโดยตรง

ท้ายที่สุด แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่สร้างความสนุกสนานหรือส่งเสริมสุขภาพส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูล (Big Data) ระดับพื้นที่ ที่ช่วยให้เทศบาลและคนในชุมชนสามารถนำไปต่อยอดเพื่อวางแผนพัฒนาเมืองต่อไปได้ นับเป็นก้าวสำคัญของการนำ "นวัตกรรมดิจิทัล" มาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างสังคมที่มีส่วนร่วมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

เรียบเรียงบทความโดย
ดิธาดา ศรีวิเศษ (นาน่า)
นักพัฒนานวัตกรรม ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)