Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

NIA ร่วมงานเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ ‘Faesthetics 2.0’ สื่อการเรียนการสอนแนวใหม่จากศิริราชพยาบาล

News 17 กุมภาพันธ์ 2569 619

NIA ร่วมงานเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ ‘Faesthetics 2.0’ สื่อการเรียนการสอนแนวใหม่จากศิริราชพยาบาล

7 กุมภาพันธ์ 2569 - ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมเสวนา หัวข้อ “แนวทางในการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรม Faesthetics ให้เติบโตสู่ระดับสากล” ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ ‘Faesthetics 2.0’ สื่อการเรียนการสอนแนวใหม่ผสมผสาน 3D Visualization Technologies จากศิริราชพยาบาล โดยมี ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ศ. ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยาและหัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ผศ. พญ.ธัญญา เตชะพิเชฐวณิช ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และ Mr. Kim IL CEO บริษัท SurgicalMind Co., Ltd. อีกทั้งยังมี นางนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) เข้าร่วมในนามตัวแทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช
 
โดยในการเสวนา ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้กล่าวถึงกลไกการสนับสนุนของสำนักงานตามแนวคิด "Groom – Grant – Growth – Global" ที่มีทั้งการบ่มเพาะ (Groom) สตาร์ตอัปและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการสร้างธุรกิจนวัตกรรม การสนับสนุนเงินทุน (Grant) เพื่อช่วยเร่งรัดศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจนวัตกรรมให้แข็งแกร่ง การมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Growth) และพร้อมผลักดันสู่ตลาดโลก (Global) ด้วยโปรแกรมเชื่อมโยงตลาดและการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศอย่างเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Health Tech) อาทิ โครงการอบรมบ่มเพาะและเร่งการเติบโตด้านธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ “SPEAR H” Health Tech Accelerator และการเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนสู่ตลาดสากลด้วยการเข้าร่วมงานนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพระดับสากลอย่าง WHX Dubai, Medicalfair-asia, MEDICA
 
ทั้งนี้ การเปิดตัวนวัตกรรม “Faesthetics 2.0” ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับจากเวอร์ชันปฐมบท ซึ่งทำได้เพียงแสดงโครงสร้างทางกายวิภาคในระบบดิจิทัลสู่เครื่องมือการเรียนการสอนทางการแพทย์ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะกายวิภาคศาสตร์และการฝึกทำหัตถการเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีภาพจำลอง 3 มิติขั้นสูง (3D Visualization Technologies) ที่ผสมผสานความรู้และความสนุกสนานเข้าด้วยกัน โดยการพัฒนานวัตกรรมนี้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2567 ศิริราชจับมือกับบริษัท SurgicalMind ประเทศเกาหลีใต้ ในการพัฒนานวัตกรรม Faesthetics ซึ่งแนวคิดได้มาจากการฝึกทักษะการทำหัตถการที่เรียกว่า Fruit Lab ที่เน้นความปราณีตในการใช้มีดบนเปลือกผลไม้ ก่อนเริ่มฝึกทักษะผู้เรียนด้วยวิธีฉีดยาบนผิวหนังเทียมเสมือนจริง ที่พัฒนาร่วมกับหน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกกับร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งมีการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับฝึกทำหัตถการด้านเสริมความงามด้วย Botulinum Toxin และสารเติมเต็ม มากกว่าเดือนละครั้งและแต่ละครั้งจะใช้เพียงใบหน้าเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นนี้จึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ที่ผสมผสานระหว่าง ทั้ง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน จนกลายเป็น Faesthetics 2.0 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนการเรียนการสอนแพทย์ไปอย่างสิ้นเชิง
 
นวัตกรรมนี้รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมในส่วนของการฝึกทำหัตถการ โดยหัวใจสำคัญคือการจำลองระบบให้จับคู่ข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลองที่เราออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ (Data Mapping) เมื่อผู้เรียนมีการลงเข็มในตำแหน่งต่างๆ บนหุ่นจำลองนั้น ระบบจะแสดงผลว่าขณะนี้เข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งตำแหน่งและความลึก” ในอนาคตอันใกล้ Faesthetics 2.0 จะถูกยกระดับไปสู่รูปแบบ Game Learning ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งวงการแพทย์ โดยเปลี่ยนจากการฝึกหัตถการในห้องเรียนแบบเดิม ให้กลายเป็นสถานการณ์จำลองอัจฉริยะ (Simulation Game) ที่สมจริง โดยผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ ขนาดเข็ม ตัวยา รวมถึงวางแผนวิธีการรักษาให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับทั้งทักษะความชำนาญและความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน ทั้งนี้ นวัตกรรม Faesthetics 2.0 ได้แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดความสามารถของวงการแพทย์สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจนอีกด้วย