Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

NIA ชี้ “Dual Use Innovation” โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและตลาดโลก

News 10 กรกฎาคม 2569 35

NIA ชี้ “Dual Use Innovation” โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและตลาดโลก

10 กรกฎาคม 2569 - สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “นวัตกรรมไทยสองทาง (Dual Use Innovation) อนาคตใหม่ของตลาดโลก” ภายในงาน Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) เพื่อสะท้อนบทบาทของนวัตกรรมไทยในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคความมั่นคง
 
ดร.กริชผกา กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ Dual Use Innovation หรือการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคการป้องกันประเทศ กลายเป็นทิศทางสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ดาวเทียม หุ่นยนต์ เซ็นเซอร์ วัสดุขั้นสูง หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นทั้งผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศได้ในเวลาเดียวกัน
 
“การส่งเสริมนวัตกรรมแบบ Dual Use ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว” ดร.กริชผกา กล่าว
 
NIA จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมผ่านกลไก 4G ได้แก่ Groom, Grant, Growth และ Global ตั้งแต่การบ่มเพาะองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี การสนับสนุนด้านเงินทุน การสร้างเครือข่ายพันธมิตร ไปจนถึงการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน เพื่อเร่ง การเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมไทย และยกระดับขีดความสามารถให้แข่งขันได้ในระดับสากล
 
หนึ่งในกลไกสำคัญคือ NIA Venture ซึ่งเป็นกลไกใหม่ของ NIA ในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม โดยมุ่งเชื่อมโยงสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการนวัตกรรมกับนักลงทุน บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) และนวัตกรรมแบบ Dual Use ที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
 
หนึ่งในตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA และสะท้อนศักยภาพของนวัตกรรม Dual Use คือ RIFFAI ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ที่นำ AI ผสานกับข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ รองรับการใช้งานในหลากหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ การเกษตร การวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เพื่อภารกิจด้านความมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ
 
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “ประสบการณ์และแนวทางการส่งเสริมบริษัท Start Up Dual-Use” โดย นายอุกฤช กิจศิริเจริญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ร่วมเสวนากับ ผู้แทนจากภาครัฐและสตาร์ตอัปเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดเชิงพาณิชย์และภาคความมั่นคง พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน