Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

NIA จัดประชุมต่อยอดความร่วมมือกับ คณะ New Zealand PMSA Innovation Delegation ยกระดับจากภาคการศึกษาสู่การค้า การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน

News 26 ธันวาคม 2568 883

NIA จัดประชุมต่อยอดความร่วมมือกับ คณะ New Zealand PMSA Innovation Delegation ยกระดับจากภาคการศึกษาสู่การค้า การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA นำโดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ดร.สุรอรรถ ศุภจตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม ดร.อุรัจฉวี อุณหเลขกะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับพร้อมจัดการประชุมหารือร่วมกับ คณะ New Zealand PMSA Innovation Delegation ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 21 – 26 ธันวาคม 2568 โดยคณะดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ New Zealand Prime Minister’s Scholarships for Asia (PMSA) และมีหน่วยงาน Education New Zealand เป็นผู้ประสานงานหลัก โดยการประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ณ อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
 
คณะผู้แทนจากนิวซีแลนด์นำโดย Dr. Sakthi Ranganathan ผู้อำนวยการ Jix Research Innovation Lab (หัวหน้าคณะ) และ Dr. James To ผู้จัดการโครงการ Track II Programme จาก Asia New Zealand Foundation พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคนวัตกรรมและหน่วยงานสำคัญของนิวซีแลนด์ อาทิ Ms. Miranda Satterthwaite จาก Aerospace New Zealand, Ms. Grace de Leon จาก Smart Christchurch, Christchurch City Council, Mr. Michael Healy จาก Attentis Technology (เทคโนโลยีด้านการรับมือภัยพิบัติ), Mr. Tim McInnes จาก Ruffells (Digital Content Production), Mr. Mike Neho จาก Ngaa Rauru Kiitahi Iwi Authority
 
การหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
1. สำรวจโอกาสความร่วมมือเชิงรูปธรรมระหว่างประเทศไทยและนิวซีแลนด์ในสาขา Aerospace, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Smart City, เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม
2. แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทาง นโยบาย และเป้าหมายด้านนวัตกรรมของประเทศไทย รวมถึงความต้องการพันธมิตรจากต่างประเทศ
3. พิจารณาศักยภาพและความเชี่ยวชาญของภาคนวัตกรรมนิวซีแลนด์ที่จะสามารถสนับสนุนและต่อยอดเป้าหมายการพัฒนาของประเทศไทยได้
 
จากการประชุม พบว่าสาขาความร่วมมือที่มีแนวโน้มสามารถต่อยอดได้ในอนาคต ได้แก่ Aerospace และ Droneม Immersive AI เพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา ความร่วมมือในระดับเมือง (City-level cooperation) โดยมีการเสนอแนวคิดการลงนามความร่วมมือร่วมกันในระดับเมืองด้านพลังงาน ด้านการเกษตรและอาหารนวัตกรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม (Dairy products) ผลไม้ การเกษตรสีเขียว (Green farming) รวมถึงผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากธรรมชาติ
 
ทั้งนี้ NIA มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย โดยเฉพาะในด้าน STEM Education โดยการหารือในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือจากด้านการศึกษาไปสู่มิติใหม่ ได้แก่ การค้า การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน รวมถึงการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมของทั้งสองประเทศในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม