homekeyboard_arrow_rightSmart Traffic Light เขียวตามคนข้าม ทางออกปัญหา ‘รถชนคน’

Smart Traffic Light เขียวตามคนข้าม ทางออกปัญหา ‘รถชนคน’


ใครเคยวิ่งข้ามถนน เพราะไม่อยากเสียเวลายืนรอสัญญาณไฟบ้างมั้ย…? พฤติกรรมสุดเสี่ยงนี้ คือสาเหตุสุดคลาสสิกที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนคนข้ามถนน ซึ่งต้องบอกว่าปัญหาที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้เกิดขึ้นแทบทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่กับเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกอย่าง ‘กรุงเวียนนา’ ประเทศออสเตรีย


เมื่อศึกษาให้ลึกลงไป รัฐบาลออสเตรียก็พบต้นตอว่ามันเกิดขึ้นจาก “การจัดสัญญาณไฟจราจรที่ไร้ประสิทธิภาพ” ที่ทำให้ต้องเสียเวลายืนรอข้ามถนนนานหลายนาที จนพลเมืองหลายคนตัดสินใจวิ่งฝ่าทางม้าลายตัดหน้ารถที่กำลังแล่นไปมา และเพื่อจัดการกับปัญหาตรงนี้ ทีมนักวิจัยได้คิดค้นนวัตกรรม ‘ไฟจราจรอัจฉริยะ’ (Smart Traffic Light) โดยใส่ความฉลาดเข้าไปให้เจ้าสัญญาณไฟสามารถคิดเองได้ว่าควรเปิดไฟเขียวให้คนข้ามถนนตอนไหน


การทำงานของ Smart Traffic Light เริ่มต้นจากการติดตั้งกล้องที่ใช้ระบบประมวลผลด้วย Computer Vision เข้าไป ซึ่งจะสแกนพื้นที่ในระยะ 7.9 x 4.5 เมตร ว่ามีใครกำลังอยากข้ามถนนหรือไม่ จากนั้นเอไออัจฉริยะที่ผ่านการพัฒนาขึ้นมาอย่างดีจะวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มความตั้งใจข้ามถนน ก่อนจะส่งสัญญาณไปยังไฟจราจรเมื่อเห็นว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตรงทางม้าลาย โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น 


ที่สำคัญอยู่ที่ระยะเวลาการเปิดสัญญาณไฟซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง เช่นหากคนอยากข้ามถนนมีปริมาณมาก หรือตรวจจับเจอว่ามีเด็กหรือผู้พิการปะปนอยู่ในนั้นด้วย สัญญาณไฟเขียวข้ามถนนก็จะเปิดนานขึ้น ถ้าคนน้อยไฟเขียวก็จะเปิดสั้นลง และจะเปลี่ยนเป็นไฟแดงทันทีเมื่อไม่มีคนรอ ซึ่งต่างจากเสาจราจรแบบเดิมที่ต้องรอให้ระยะเวลาที่กำหนดไว้จะหมดไป ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวนั้นหายห่วง เพราะไม่มีการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าแต่อย่างใด รวมถึงภาพที่บันทึกไว้จะถูกลบออกทันทีหลังคนข้ามถนนไปแล้ว


รัฐบาลออสเตรียเริ่มต้นติดตั้ง Smart Traffic Light ทั่วกรุงเวียนนาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสิ้นปี 2019 และนับว่าเป็นทางออกใหม่ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนใช้รถใช้ถนนได้อย่างเห็นผล โดยจากรายงานที่ผ่านมาพบว่า อัตราเกิดอุบัติเหตุรถชนคนข้ามถนนลดลง 19% จำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตลดลงถึง 55% แถมยังเป็นที่ถูกใจของผู้คนไม่น้อย เพราะกว่า 80% ของชาวเวียนนารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับแต่ก่อน หรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้ลูกๆ เดินไปโรงเรียน แทนการปั่นจักรยานหรือขึ้นรถโดยสารสาธารณะเสียอีก


นอกจาก ‘ความปลอดภัย’ ที่เพิ่มขึ้น Smart Traffic Light ยังไปตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ทั้งสภาพการจราจรที่คล่องตัวมากขึ้น คุณภาพอากาศไร้ฝุ่นควันจากปัญหารถติด รวมถึงลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำมันไปอย่างสูญเปล่าอีกด้วย


แต่รัฐบาลออสเตรียยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะพวกเขากำลังพัฒนาระบบ Big Data และเชื่อมเครือข่ายไฟจราจรอัจฉริยะทั้งหมดนี้ เข้ากับบริการขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่อใช้บริหารจัดการโครงข่ายการคมนาคมทั่วทั้งเมือง และมีแผนการติดตั้งเซนเซอร์คุณภาพสูงอื่นๆ เช่น เซนเซอร์ตรวจสอบสภาพภูมิอากาศ วัดค่าฝุ่นควัน วัดเสียงรบกวน ฯลฯ เข้าไปเพิ่มเติม เพื่อเปลี่ยนเสาไฟจราจรนี้ให้เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาประเทศในอนาคต


แม้การพัฒนา Smart Traffic Light นี้ จะกินเวลายาวนานถึง 2 ปี ใช้เงินลงทุนจำนวนไม่น้อย รวมถึงอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนแล้วก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ขณะที่ประเทศไทยเราเอง ล่าสุดมีข่าวว่ากำลังเตรียมทดลองนำเอไอ มาช่วยจัดการสัญญาณไฟจราจรบางจุดในกรุงเทพฯ NIA เชื่อว่า ด้วยนวัตกรรมดีๆ เช่นเดียวกันนี้ ‘ปัญหาบนท้องถนน’ ของเราคงจะไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป