homekeyboard_arrow_rightรู้ก่อน พร้อมก่อน! 5 ทักษะนอกตำรา เติมความพร้อมสู่เวทีธุรกิจในฝัน

รู้ก่อน พร้อมก่อน! 5 ทักษะนอกตำรา เติมความพร้อมสู่เวทีธุรกิจในฝัน


ถ้าเราได้มีโอกาสติดตามเส้นทางชีวิตของสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ที่ก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ จะพบว่า นอกจากเรื่องความรู้ในชั้นเรียนแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยพาความฝัน ของพวกเขาโลดแล่นบนเส้นทางสตาร์ทอัพได้ นั่นคือ ทัศนคติ (Mindset) และ ทักษะ (Skill) ที่ต้องฝึกฝนและเรียนรู้เองนอกตำรา


ไม่ใช่แค่นั้น… World Economic Forum ยังออกมาพูดถึงทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นอย่างมากในการประกอบธุรกิจยุคดิจิทัล อย่างเช่น ทักษะการคิดจัดการปัญหา ทักษะการเข้าสังคม ฯลฯ เพราะไม่ว่าจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ทุกคนสามารถปรับตัวและประคับประคองธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันได้ตลอดเวลา


และเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับน้องๆ เยาวชนไทย NIA มีหนึ่งในโครงการภายใต้โปรเจกต์ STEAM4INNOVATOR ที่มีชื่อว่า Founder Apprentice ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ฝึกงานจริงกับสตาร์ทอัพระดับประเทศ รับรองว่าน้องๆ จะได้เรียนรู้ “ทักษะ” ที่สำคัญและสามารถนำไปใช้ต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ หรือสตาร์ทอัพแบบเต็มตัวได้ในอนาคต! จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลย


ติดตามรายละเอียดโครงการ Founder Apprentice เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/founderapprentice

มีทักษะการเป็น “ผู้ประกอบการ”

การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายและไม่มีสูตรสำเร็จ ซึ่งหากใครตัดสินใจก้าวเท้าสู่สนาม “ธุรกิจ” และ “สตาร์ทอัพ” แล้ว สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการมี Mindset แบบผู้ประกอบการจริงๆ ต้องมีความเชื่อมั่นและกระหายความสำเร็จ กล้าคิด กล้าลอง และกล้าตัดสินใจ รวมถึงต้องเข้าใจถึงความไม่แน่นอนของการดำเนินธุรกิจ สามารถยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่าปกติ รวมถึงต้องอดทนหากเผชิญกับความล้มเหลว สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาด ลุกขึ้นมาปรับตัวได้ไว และไม่หยุดเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ

รู้จักเปลี่ยน “ความคิดสร้างสรรค์” ให้เป็นนวัตกรรม

พลัง “ความคิดสร้างสรรค์” คือส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ให้กับธุรกิจ ถึงขนาดว่า Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ระดับโลก ออกปากขอบคุณพลังความคิดสร้างสรรค์ที่มีในตัว ที่พา Apple เติบโตมาถึงทุกวันนี้ได้ พร้อมยังแนะนำว่า “ความคิดสร้างสรรค์” เป็นสิ่งที่ทุกคนฝึกฝนได้ โดยให้เริ่มต้นจากการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว และหยิบเอาปัญหาและประสบการณ์ที่เคยพบเจอ มาสังเคราะห์และต่อยอดสร้างสิ่งใหม่ๆ ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ต้องเข้าใจ “เทคโนโลยี”

ธุรกิจและสตาร์ทอัพยุคใหม่มักถูกขับเคลื่อนและแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีเป็นหลัก ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพราะแม้ว่าตัวเจ้าของธุรกิจอาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึกในรายละเอียดทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือต้อง “เข้าใจ” กระบวนการทำงานและข้อจำกัดของเทคโนโลยี จึงจะสามารสื่อสารกับทีม IT และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมได้ถูกต้องและออกมาในทิศทางที่ต้องการ

รู้จัก “บริหารธุรกิจ” ไม่ให้ตกม้าตาย

ท้ายที่สุดแล้ว “กำไร” คือน้ำหล่อเลี้ยงในการดำเนินกิจการ แม้จะสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี แต่ต้องอย่าลืมพัฒนาทักษะในการบริหารธุรกิจที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ด้านการเงิน การวิเคราะห์งบการเงินและการทำบัญชี เพื่อให้เข้าใจถึงโครงสร้างของกระแสเงิน และความสามารถในการทำกำไรของกิจการของเราเอง ตลอดจนทักษะด้านการตลาด การวางแผนโมเดลธุรกิจ การศึกษาผู้บริโภค และการวิเคราะห์คู่แข่ง ที่จะช่วยให้เราเข้าใจสภาพแวดล้อมของธุรกิจ รู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อน และสามารถปรับตัวได้เท่าทันสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ต้อง “สื่อสาร” ให้ได้ใจและได้งาน

การประกอบธุรกิจไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว จึงย่อมหนีไม่พ้นการติดต่อพูดคุยและนำเสนองาน ทั้งกับลูกค้า พาร์ทเนอร์ ตลอดจนเพื่อนร่วมงาน ความสามารถในการถ่ายทอดความคิดและทัศนคติได้อย่างถูกต้องและชัดเจน นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ สร้างความน่าเชื่อถือและสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่มักต้องผ่านการนำเสนอธุรกิจต่อหน้านักลงทุน (Pitching) เพื่อให้ได้รับเงินลงทุน มาต่อยอดพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด