homekeyboard_arrow_rightสู่สังคมที่ดีกว่า ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

สู่สังคมที่ดีกว่า ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล


โลกในยุคปัจจุบันเป็นโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ละย่างก้าวของการใช้ชีวิตล้วนมีเทคโนโลยีดิจิทัลแทรกซึมอยู่ทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่ขั้นเล็ก ๆ อย่างการใช้แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารเพื่อนั่งไปทำงานในยามเช้าและกดสั่งอาหารในตอนเที่ยง หรือในสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่างในอุตสาหกรรมการให้บริการ เราก็จะเห็นการใช้ระบบจองคิวออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน การใช้ AR มาช่วยให้การชอปปิงสนุกและง่ายดายยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่าเรากำลังอาศัยอยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล และมันจะดีแค่ไหน หากเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้เพื่อพัฒนาสังคมในด้านอื่น ๆ ได้


หนึ่งในฟันเฟืองชิ้นใหญ่ที่ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็คือ IoT หรือ Internet of Things โดย IoT จะเปรียบเสมือนฟันเฟืองอเนกประสงค์ที่นำไปปรับใช้ได้หลากหลายด้าน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า IoT เป็นเครือข่ายสรรพสิ่งที่เชื่อมโยงกันผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งสรรพสิ่งในที่นี้เป็นได้ทั้งวัตถุ ยานพาหนะ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งของ โดย IoT จะเป็นตัวช่วยให้สรรพสิ่งเหล่านี้เชื่อมต่อ สื่อสารและส่งต่อข้อมูลกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

IoT ทำให้การสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนง่ายดายยิ่งขึ้น เราควบคุมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้ทำงานในพื้นที่และทิศทางที่ต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชัน เราสั่งให้เครื่องซักผ้าอัจฉริยะซักและปั่นล่วงหน้าได้ และเมื่อซักเสร็จเรียบร้อย ระบบก็จะส่งข้อมูลมาที่สมาร์ทโฟน แล้วสั่งการราวตากผ้าให้เคลื่อนออกมาบริเวณที่มีแดด พร้อมรอให้เรากลับมาตากได้อย่างสะดวกสบาย หรือหากราวตากผ้าได้รับข้อมูลว่าฝนกำลังจะตก ก็จะเคลื่อนกลับเข้าที่ร่มอัตโนมัติ ไม่ต้องเจอปัญหาผ้าเปียกฝนอีกต่อไป


การเชื่อมโยงอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลายผ่านอินเทอร์เน็ตนับว่ามีบทบาทอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ Smart Home หรือบ้านอัจฉริยะ หนึ่งในนวัตกรรมที่ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้มากที่สุด ตั้งแต่ระบบการควบคุมการเปิดปิดไฟด้วยเซ็นเซอร์ ระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น การเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งด้านพลังงานที่เปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามอุณหภูมิแวดล้อมได้เพื่อประหยัดพลังงาน


นอกจากการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันแล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลก็มีประโยชน์ในระดับองค์กรเช่นเดียวกัน ตัวอย่างที่พบเห็นได้ใกล้ตัวก็คือระบบ Smart Parking หรือลานจอดรถอัจฉริยะนั่นเอง บริเวณช่องจอดรถจะใช้เซนเซอร์ตรวจจับสถานะของช่องจอดรถ แล้วส่งต่อข้อมูลสถานะล่าสุดผ่านอินเทอร์เน็ตไปเก็บไว้ในคลังข้อมูล ผู้ใช้ก็จะค้นหาช่องจอดรถที่ว่างและจองผ่านแอปพลิเคชันในมือถือได้ ระบบนี้จะช่วยลดเวลาในการวนหาที่จอด และแก้ปัญหารถติดในลานจอดรถได้อย่างตรงจุด

ปัญหาที่พร้อมแก้ไข


เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้มีประโยชน์แค่ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเองก็เล็งเห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้พัฒนาโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขึ้นจนครอบคลุมปัญหาครบทั้ง 9  ด้าน ได้แก่
 
1. ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

2. ด้านความเชื่อมโยงระหว่าง อาหาร น้ำ และพลังงาน 

3. ด้านภาครัฐและการศึกษา 

4. ด้านการเงิน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม 

5. ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน 

6. ด้านความเป็นเมือง 

7. ด้านสุขภาพ 

8. ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม 

9. ด้านการจัดการภัยพิบัติ

 

ทุกแนวคิดทั้ง 9 ด้าน ล้วนเป็นของคนไทยทั้งสิ้น เช่น ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็จะมีแอปพลิเคชัน Food Warriors เพื่อรับส่งอาหารที่จำหน่ายไม่หมด ผู้ใช้สามารถใช้ข้อมูลในแอปพลิเคชันวางแผนเส้นทางรับหรือส่งอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ แพลตฟอร์มนี้ก็จะช่วยลดปัญหาขยะจากอาหารเหลือทิ้งได้ หรือในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุก็สามารถใช้ แอปพลิเคชัน ‘ยังแฮปปี้ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตัวเองได้ แอปพลิเคชันนี้จะเชื่อมโยงกับบริการและสวัสดิการผู้สูงอายุ และสร้างระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อคอยช่วยเหลือและให้บริการต่าง ๆ ทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 

เหรียญสองด้านของเทคโนโลยี 


จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความสะดวก สบาย และปลอดภัยให้กับตัวเราเองและสังคมได้อย่างดีเยี่ยม แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เทคโนโยลีดิจิทัลที่มีประโยชน์นานัปการก็อาจส่งผลเสียได้หากนำมาใช้ในทางที่ผิด อย่างการเจาะเข้าระบบรถยนต์ไร้คนขับ ป้อนข้อมูลให้รถสับสนจนทำให้รถเปลี่ยนเส้นทางผิดพลาด หรือการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์ในเซิร์ฟเวอร์สำคัญของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอีกมาก 


นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนสังคม มุ่งเน้นแก้ปัญหาอย่างครอบคลุมทุกด้าน และสร้างโอกาสให้คนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน หากในอนาคตเราสามารถยกระดับ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับโครงการพัฒนาสังคมระดับประเทศได้ การที่ไทยจะกลายเป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลก็ถือเป็นจุดหมายที่อยู่ไม่ไกลเกินจริง