homekeyboard_arrow_rightแจ็ค หม่า ผู้ฆ่ายักษ์ด้วย Big Data

แจ็ค หม่า ผู้ฆ่ายักษ์ด้วย Big Data


‘คุณคิดยังไงกับอาลีบาบา’ เป็นคำถามที่แจ๊ค หม่า ถามคนแปลกหน้าบนถนนที่ซานฟรานซิสโก คำตอบที่ได้กลับมาน่าพอใจ คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า Alibaba (อาลีบาบา) คือ คาถาวิเศษที่เปิดประตูทุกบานสู่มหาขุมทรัพย์ และทุกวันนี้ Alibaba ก็ได้เป็นมากกว่าขุมสมบัติธรรมดาทั่วไป เพราะที่แห่งนี้ได้รวมความสามารถของร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่อย่าง อเมซอน (Amazon) และอีเบย์ (eBay) รวมทั้งระบบการเงินออนไลน์อย่างเพย์พาล (PayPal) ไว้ในหนึ่งเดียวบนอาลีบาบา


แจ็ค หม่า ทำได้อย่างไร ?

ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตในจีนยังไม่แพร่หลาย แจ๊ค หม่า เริ่มจากการลองค้นหาคำว่า “เบียร์” ลงในฐานข้อมูลออนไลน์ ปรากฏว่าไม่มีผลการค้นหาจากประเทศจีนโผล่มาสักอันเดียว ตัวเขาคิดในใจ แทนที่จะหวังพึ่งอุตสาหกรรมการผลิตเป็นหัวจักรขับเคลื่อนการค้า นวัตกรรมนี่แหละจะกลายมาเป็นประตูบานใหญ่ เชื่อมโลกทั้งใบและพาเราไปสู่โอกาสที่ไม่จำกัด 



ข้อมูลคือเลือดที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจแบบใหม่


ย้อนกลับไปในปี ค.ศ 2014 อาลีบาบาเคยออกบทความน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ขนาดของหน้าอก เพื่อทำนายพฤติกรรมการชอปปิงของผู้หญิง ผลสำรวจบอกว่า ยิ่งขนาดของหน้าอกใหญ่เท่าไร ผู้หญิงคนนั้นยิ่งมีแนวโน้มเป็นคนชอปปิงเก่งมากเท่านั้น ผลสำรวจนี้สร้างความตื่นเต้น เพราะแม้เป็นข้อมูลจากสินค้าเพียงชิ้นเดียว แต่กลับสามารถสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ จนนำไปสู่การทำนายแนวทางการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องพึ่งดวง 

         

อาลีบาบา ออกมาอธิบายเพิ่มเติมจากผลสำรวจนี้ว่า ผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกเล็ก ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่ยังไม่มีรายได้ จึงไม่สามารถใช้จ่ายได้ตามชอบใจ แต่ผู้หญิงที่สวมใส่ยกทรงขนาด G-cups ขึ้นไป ร้อยละ 80 มีรายได้เฉลี่ยมากกว่าค่าพื้นฐาน และที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือผู้ชายจีนที่มีรายได้สูงนิยมคบหาผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกใหญ่ ทำให้ความคล่องตัวทางการเงินของผู้หญิงกลุ่มนี้มีอยู่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น 


อาลีบาบา มีการเก็บ แยก และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดนี้มาจากความคิดและวิสัยทัศน์ของ แจ๊ค หม่า ที่เริ่มสนใจการทำ Big Data ตั้งแต่แรกเริ่ม ตัวเขาคิดไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทใหม่ ๆ อยากให้อาลีบาบาเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการทำเหมืองข้อมูลจะต้องเป็นหนึ่งในแกนหลักที่นำพาบริษัทไปสู่ความรุ่งเรือง 


ปัจจุบัน อาลีบาบา ใช้การจัดการด้าน Big Data ผ่าน 5 วิธี

1. การเก็บรวบรวมประสบการณ์จากผู้ใช้งาน (User Experience) โดยจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานจำนวนกว่า 423 ล้านคน เพื่อนำมาสร้างเป็นฐานข้อมูลตั้งต้นสำหรับแนะนำสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับผู้ใช้ ด้วยความเชื่อว่าผู้ใช้หนึ่งพันคนก็มีนิสัยการชอปปิงหนึ่งพันแบบ การจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้นักชอปปิงทุกคนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและระบบการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ

2. เพิ่มพลังให้แบรนด์เล็ก (Empowering Brands) อาลีบาบายินดีให้แบรนด์ขนาดเล็กเข้ามาทดลองตลาดผ่านช่องทางของตน ข้อมูลที่ได้สามารถช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ พัฒนาต่อยอดสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาดมากขึ้น 


3. การพัฒนาการตลาดออนไลน์ โดยใช้ Big Data มาพัฒนาเป็นกลยุทธทางการตลาด ผ่านทุกการคลิกของผู้ใช้ ผลที่ได้คือการสร้างแคมเปญที่พอใจสำหรับผู้ขาย และสบายใจสำหรับผู้ซื้อ 


4. การจัดการขนส่ง (Logistics) อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสร้างฐานข้อมูลสำหรับการขนส่งตั้งแต่คลังสินค้าไปจนถึงมือผู้สั่งสินค้าผ่านโปรแกรม e-shipping label ผลที่ได้คืออัตราความผิดพลาดในการจัดส่งของอาลีบาบาอยู่ที่ประมาณ 2% เท่านั้น 


5. การพัฒนาบริการด้านการเงิน (Financial Services) ทั้งบริการด้านการกู้ยืม หรือประกันสินค้า หรือนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ซื้อแต่ละท่าน ผ่านรูปแบบความสัมพันธ์ของระหว่างผู้ใช้ที่ชำระหนี้ให้แก่กัน ด้วยวิธีแยกแยะข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำให้ปัจจุบันนี้หนี้เสียของ Alibaba ลดลงเหลือแค่ 0.001%


ความสำเร็จสุดมหัศจรรย์ของวันคนโสด


นี่คือจำนวนยอดขายที่อาลีบาบา ทำได้จากการขายสินค้าในวันที่ 11 พฤศจิกายน หรือที่รู้จักกันในนาม “วันคนโสด 11.11” ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มจนถึงปีล่าสุด แนวคิดของการสร้างโอกาสจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่ทำให้อาลีบาบา เอาชนะวันชอปปิงที่สำคัญที่สุดในโลกตะวันตกอย่าง Black Friday ไปได้อย่างขาดลอย ที่มาของความสำเร็จสุดมหัศจรรย์ อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในการหาช่องทางการตลาดใหม่ แทนที่จะใช้วันสำคัญที่มีอยู่แล้ว แจ๊ค หม่า เคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขายินดีจะทิ้งความคิดดี ๆ แต่มีคนทำอยู่ก่อน เพื่อใช้พลังงานกับความคิดใหม่ที่ยังไม่มีใครลองทำ อาลีบาบา มองเห็นว่าวันคนโสดของจีน เป็นวันที่ระลึกถึงความโสด วันที่หนุ่มสาวสารภาพรักและมักซื้อของให้คนที่แอบชอบ และเป็นวันครบรอบการคบหากันของหลายๆ คู่ ยังไม่ถูกหยิบมาเล่นโดยแบรนด์ใหญ่ ขณะที่การวิเคราะห์พฤติกรรมจากฐานข้อมูล Big data ทั้งหมด พบกุญแจสำคัญว่า สินค้าหลายชนิดมักขายดีเป็นพิเศษในวันคนโสด เช่น ชุดว่ายน้ำแบบบิกินีจะขายดีมากในมณฑลไม่ติดทะเลของจีน เพราะผู้ชายจะซื้อเป็นของขวัญให้คนรัก แทนคำสัญญาว่าจะพาไปทะเลในอนาคต หรือ iPhone 5 ที่เป็นของขวัญยอดนิยมที่สุดที่ให้กับคนรักในปี ค.ศ. 2012 มียอดขายในวันที่ 11.11 มากกว่าช่วงเวลาปกติถึง 10 เท่า หลังจากความสำเร็จทางการตลาดในวัน 11.11 จากการวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจุบันวันคนโสดของอาลีบาบา เป็นมากกว่ามหกรรมลดสินค้า แต่เป็นงานเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริษัท เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการจัดระบบคลังสินค้า หรือเป็นวันที่ออกพบไปพบปะลูกค้าแบบออฟไลน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท


ผู้หญิงคืออาวุธสำคัญของความสำเร็จ


“ผู้ประกอบการรายเล็ก ผู้หญิง และคนรุ่นใหม่” คือสิ่งที่ แจ๊ค หม่า พูดถึงเสมอ เพราะเป็น 3 ปัจจัยในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรฐกิจยุคใหม่ตามแนวคิดของอาลีบาบา โดยเฉพาะความเป็นผู้หญิง มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัท เพราะผู้หญิงจะใส่ใจเรื่องรายละเอียด และความคิดสร้างสรรค์ในการคิดหาสินค้าที่สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าแบบมีเอกลักษณ์ แจ๊ค หม่า เคยให้ความเห็นว่า แม้ความเท่าเทียมทางเพศจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปัจจุบันโอกาสก้าวหน้าของผู้หญิงในวงการธุรกิจก็ยังน้อยกว่าผู้ชาย ดังนั้น เพื่อเติมช่องว่างที่ขาดหาย อาลีบาบาจึงสนับสนุนให้พนักงานหญิงเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริการมากขึ้น เพราะในขณะที่ผู้ชายให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง ไอเดียของผู้หญิง จะเป็นส่วนเติมเต็มให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง ที่น่าสนใจคือ ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา เป็นผู้หญิง 6 คน จากทั้งหมด 18 คน มีพนักงานหญิงเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 จากจำนวนพนักงานทั้งหมด และมีผู้บริหารหญิงก็มากถึงร้อยละ 34 


‘พวกเธอคือเบื้องหลังความสำเร็จของเรา’ แจ๊ค หม่า กล่าวเอาไว้อย่างเต็มภาคภูมิ