homekeyboard_arrow_rightNIA เผยผลดัชนีความสามารถด้านนวัตกรรม (GII) ของไทยขยับขึ้นต่อเนื่อง ติดอันดับ 4 กลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน

NIA เผยผลดัชนีความสามารถด้านนวัตกรรม (GII) ของไทยขยับขึ้นต่อเนื่อง ติดอันดับ 4 กลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน

NIA เผยผลดัชนีความสามารถด้านนวัตกรรม (GII) ของไทยขยับขึ้นต่อเนื่อง ติดอันดับ 4 กลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน พร้อมตั้งเป้าดันไทยติดท็อป 30 ในปี 2030

WIPO ประกาศผลการจัดอันดับ GII ในปี 2019 ภายใต้ธีมด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมอยู่อันดับที่ 43 ขยับอันดับขึ้น 1 อันดับ จากปี 2018

ประเทศไทยมีการปรับตัวดีขึ้นทั้งทางด้านปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม จากเดิมอันดับที่ 52 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 47 และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม ที่ปรับขึ้นจากอันดับที่ 45 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 43 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 จากจำนวน 34 ประเทศ ที่ประเทศไทยมีอันดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปัจจัย ยกเว้นปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 จากจำนวน 15 ประเทศ

NIA ในฐานะหน่วยงานนำในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ ได้รับมอบจาก ก.พ.ร. ให้ติดตามและเสนอแนะแนวทางการยกระดับและปรับปรุงอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมบนฐานของข้อมูล (Data-driven Innovation) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของระบบนวัตกรรม

สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ถึงแม้ในปีนี้อันดับของประเทศไทยจะขึ้นเพียง 1 อันดับ แต่จะเห็นได้ว่ามีการปรับขึ้นทั้งในอันดับของปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม และปัจจัยผลผลิตทางนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องและสมดุลมากขึ้น การปรับโครงสร้างเชิงระบบของระบบวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะช่วยเชื่อมโยงปัจจัยเข้าและปัจจัยผลผลิตให้สมดุลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันที่ส่งผลต่ออันดับนวัตกรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ NIA ได้มีการดำเนินงานเพื่อวางแผนการเร่งพัฒนาและปรับปรุงดัชนี้นวัตกรรมของประเทศให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป


.