Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

“แวดเวียงพะเยา: จากเมืองทางผ่านสู่หมุดหมายการเดินทาง แบบ Slow Travel”

9 กรกฎาคม 2569 412

“แวดเวียงพะเยา: จากเมืองทางผ่านสู่หมุดหมายการเดินทาง แบบ Slow Travel”

 
 
เมืองที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง "ทางผ่าน" ในภาคเหนือตอนบน กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสู่หมุดหมายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในปี 2568 จังหวัดพะเยามีรายได้จากการท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นกว่า 2,662.76 ล้านบาท และเติบโตกว่าปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 10 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และทุนวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
 
คุณอัมพิกา อัมพุธ (ลูกโป่ง)
โครงการ “แวดเวียง: ผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นจังหวัดพะเยา”
 
ท่ามกลางการเติบโตนี้ “วิสาหกิจชุมชนแวดเวียง” ได้ก้าวเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่ทันสมัย วันนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณอัมพิกา อัมพุธ (ลูกโป่ง) ประธานวิสาหกิจชุมชนแวดเวียง  มาถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของลายผ้าที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่คือความภูมิใจของคนทั้งจังหวัดที่พี่ลูกโป่งบอกเราว่า เบื้องหลังการทำสินค้าทุกชิ้น เกิดจากแนวคิดที่อยากให้เป็นสินค้าที่สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน ภายใต้แบรนด์ “แวดเวียง - Around the VIENG” ถึงแม้พี่ลูกโป่งยอมรับกับเราตรง ๆ ว่า ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ขนาดที่เปิดตัววันแรก สามารถทำยอดขายได้ถึง 500 ตัว ถึงขั้นผลิตไม่ทัน จนมาวันนี้คำสั่งซื้อก็ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากแบรนด์ Local ได้ก้าวสู่ Global อย่างเต็มภาคภูมิ
 
เบื้องหลังสินค้า-ของฝากที่แฝงอัตลักษณ์จังหวัดพะเยา ที่สวยงาม ร่วมสมัย อีกทั้งสินค้าภายใต้แบรนด์มีหลายอย่าง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ อย่างเสื้อผ้าและกางเกงลาย “นกยูง” สัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกหลายชนิด ซึ่งออกแบบด้วยใจ พร้อมลงแรงผลิตด้วยคนในชุมชนเอง เช่น ยาดมสมุนไพร-น้ำหอมปรับอากาศ “กลิ่นพเยาว์” และผ้าคลุมไหล่ลาย “กว๊านพะเยา” เป็นต้น ซึ่งพี่ลูกโป่ง ได้กล่าวถึงแรงบรรดาลใจในการทำสินค้าเหล่านี้ว่า “เราอยากเปลี่ยนจากการเก็บแต้มแลนด์มาร์ค เป็นการเก็บเกี่ยวความหมาย อยากให้คนที่มาเที่ยวได้ใช้เวลาแบบ Slow Travel ปล่อยให้ใจค่อย ๆ ซึมซับความสงบของกว๊าน เราเชื่อมั่นว่าจังหวัดพะเยามีศักยภาพตรงนี้ เราจึงอยากถ่ายถอดผ่านความประณีตของฝีมือของคนในชุมชน”

 
“เรามีแนวคิดอยากทำสินค้าอัตลักษณ์ก็จริง แต่เรื่องการลงทุนเครื่องพิมพ์ผ้าอะไรก็ยังไม่รู้จะทำยังไง กว่าจะออกแบบอะไรแต่ละอย่างก็ใช้เวลานาน บังเอิญตอนนั้นเห็นประกาศของ NIA ที่ประกาศรับสมัครทุนพอดี ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เราก็รีบเตรียมเอกสาร และข้อเสนอโครงการ ซึ่งทีมงาน NIA ก็ช่วยเหลือเราดีมาก ช่วยให้ข้อมูลเอกสารต่าง ๆ และทีมเราก็ร่วมมือร่วมใจกัน จนได้รับทุนในที่สุด พอได้รับทุนก็เหมือนติดปีกให้ชุมชนเราเลย เพราะสิ่งที่ได้มา เรานำมาต่อยอดได้เยอะกว่าที่เสนอไปตอนแรกด้วยซ้ำ” พี่ลูกโป่งกล่าวถึง ที่มาที่ไปของโครงการ
 
“ในระหว่างการขอทุน ทำให้เราได้กลับมาคิดทบทวนถึงปัญหาของกลุ่มเราจริง ๆ เพื่อที่จะทำนวัตกรรมได้ตรงกับความต้องการ และเราพบว่าเดิมทีชาวบ้านอาจจะตัดเย็บเก่งมาก แต่มักตกม้าตายเรื่องการออกแบบลายผ้าให้ดูทันสมัย หรือการวาดแพทเทิร์นที่ซับซ้อนทำให้ใช้เวลานานเกินไปจนไม่ได้พักผ่อน ตอนนั้น AI เพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ เราก็ปรึกษาอาจารย์ว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะเอาเครื่องมือนี้มาช่วย และถึงแม้เรารู้ปัญหาในจุดนี้ แต่การนำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบ ในช่วงแรกก็มีความท้าทายพอสมควร ผ่านคำถามประมาณว่า ป้าจะทำได้เหรอ? หรือ วาดมือเร็วกว่านะ คอมพิวเตอร์จะมารู้ใจคนพะเยาได้ยังไง? และนี่คือโจทย์หินที่แวดเวียงต้องก้าวผ่าน” พี่ลูกโป่งเล่ารำลึกความหลัง และบอกเราต่อว่า “กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องผ่านการลองผิด ลองถูก และการปรับเปลี่ยน Mindset ใหม่ ๆ พอสมควร ...งั้นเจอกันตรงกลาง คือสิ่งที่กลุ่มพยายามหาทางแก้ปัญหาในรูปแบบนี้เสมอ ดังนั้น หากแม่ ๆ ในชุมชน อยากวาดมือ ออกแบบจากจินตนาการก็ทำเต็มที่เลย แล้วเราก็ขอความร่วมมือไปทางมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อทำความร่วมมือให้นักศึกษามาฝึกงานในชุมชน เอารูปแบบที่ออกแบบด้วยมือ ไปปรับแต่งและขึ้นแพทเทิร์น ซึ่งถ้าให้คนวาดมือแบบเดิมอาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ จนทำให้ต้นทุนสูงเกินไป การมี AI เข้ามาช่วยคือการทำให้ งานศิลปะของพะเยาเข้าถึงคนได้มากขึ้น ในราคาที่จับต้องได้ และที่สำคัญที่สุด AI ช่วยให้แม่ๆ ในชุมชนไม่ต้องนั่งจ้องแพทเทิร์นจนปวดตา มีเวลาไปเล่นกับหลาน มีเวลาไปทำบุญที่วัด นี่แหละค่ะคือความสำเร็จที่แท้จริงของเทคโนโลยีที่เราเลือกใช้ เพื่อให้ชาวบ้านยังสามารถรักษาวิถีชีวิตได้ พร้อมกับได้ทำงานที่ถนัด คือการปักและตัดเย็บที่สะดวก”


“ความสวยงามของแวดเวียงไม่ใช่แค่ลวดลายบนผืนผ้า แต่คือ การเชื่อมโยงความร่วมมือที่ลงตัว เรายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ชุมชนมีความสุขกับการถักทอ และตัดเย็บ แต่การพาแบรนด์ไปสู่ตลาดวงกว้างต้องอาศัย ความถนัดคนละด้าน เราจึงจับมือกับกลุ่มนักธุรกิจผู้ประกอบการรุ่นใหม่พะเยา (YEC) และเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนของเราให้เข้ามาช่วยเรื่องการขาย จนเราสามารถพาแบรนด์ของเราไปแสดงสินค้าในวาระเฉลิมฉลอง ครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน มหาวิทยาลัยเปิดยูนนาน (Yunnan Open University) ร่วมกับ สมาคมนักธุรกิจปักกิ่ง ประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หอการค้าไทย และ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ “Heart to Heart Connection Program” Brand Event for Education Cooperation between China and South & Southeast Asia และมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เป็นการเปิดตัวแบรนด์สู่สากลอย่างเป็นทางการ ... ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาลดภาระเรื่องการขาย ทำให้ชาวบ้านได้โฟกัสกับสิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุด นั่นคือการรักษาคุณภาพ และการตัดเย็บ รวมถึงการผลิตเครื่องหอมสมุนไพร ส่วนเด็ก ๆ ลูกหลานในชุมชนก็เข้ามาช่วยในการออกไอเดีย แบบใหม่ ๆ ด้วย”

“แน่นอนว่าการทำงานระหว่างรุ่น ทั้งรุ่นผู้ใหญ่ รุ่นเด็ก รุ่นเยาว์ ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แต่เราใช้ความเป็น ลูก-หลาน ในการเข้าหา และพูดคุยปรับความเข้าใจกัน คนนี้คุยไม่ได้ ให้คนนั้นลองไปโน้มน้าวดู ... และถ้าเรารู้ว่าช่วงไหนมีงานบุญ-งานบวช เราก็ต้องผ่อนผันกันตรงนี้ ต้องเข้าใจวิถีชีวิตชุมชนด้วย อาจจะแก้ปัญหาด้วยการแบ่งงานให้ชุมชนอื่น หรือการจัดตารางงานใหม่ และเราก็ได้ขยายเครือข่ายออกไปโดยธรรมชาติ จนปัจจุบันสินค้าชุมชนของเรา ต้องกระจายงานเพื่อทำร่วมกันถึง 6 ชุมชน รวมกันมากกว่า 100 ชีวิต ... พี่คิดว่านี่คือเสน่ห์ของการทำงานในชุมชนจังหวัดเล็ก ๆ คือทุกคนรู้จักกันหมด และพร้อมรับฟังกัน ความเรียบง่ายในหมู่ชุมชนและวัฒนธรรมการทำงานของเรา ทำให้เราสามารถฟันฟ่าอุปสรรคไปด้วยกันได้” พี่ลูกโป่งแอบบอกถึงเคล็ดลับการประสานงานระหว่างรุ่นต่าง ๆ

 
เมื่อมองในมุมที่วิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ฟันฝ่าขอทุนสนับสนุนจาก NIA ด้วยตนเองแล้ว เรายิ่งอดชื่นชมในความเก่งและความพยายามของชุมชนไม่ได้ จึงขอให้พี่ลูกโป่งส่งต่อแรงบันดาลใจตรงนี้ให้กับวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ประกอบการเพื่อสังคมรายอื่น ๆ พี่ลูกโป่งกล่าวว่า “นวัตกรรมไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวอย่างที่คิด อย่าคิดว่ามันยาก แต่ที่จริงแล้วถ้าเรามีไอเดียหรือภูมิปัญญาอะไรที่ทำกันในชุมชนอยู่แล้ว เราก็สามารถนำมาต่อยอดได้ ขอแค่อย่าไปลอกเลียนแบบใครมา ยกตัวอย่างวิสาหกิจเราเอง เมื่อเราเข้าใจชุมชนของเรา และเราได้ตกผลึกความคิดทั้งปัญหา และนวัตกรรมที่ต้องการมาแล้ว เมื่อมาปรึกษา NIA เจ้าหน้าที่จะช่วยเสริมข้อมูลและให้มุมมองนวัตกรรมกับเราอย่างรวดเร็วและตรงจุด การทำงานกับ NIA ก็เป็นการยกระดับชุมชนให้มีกระบวนการคิดการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น และสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนเองด้วย”


 กว่าจะมาถึงวันที่สินค้าเป็นที่รู้จักนั้น ไม่ง่ายเลยจริง ๆ ต้องเชื่อมโยงความร่วมมือกับหลายฝ่ายมาก ๆ พี่ลูกโป่งทิ้งท้ายกับเราว่า “อยากให้มองว่าการมาเที่ยวพะเยา ไม่ใช่แค่มาเพื่อเป็นทางผ่าน แต่ขอให้มาลองฟื้นฟูชีวิตของตัวเอง มาเติมพลัง ชาร์จแบตชีวิตเพื่อกลับไปลุยงานในเมืองใหญ่ต่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองที่จังหวัดพะเยาเท่านั้น และเมื่อมาถึงพะเยา เราไม่ได้อยากให้คนซื้อของเราไปแค่เป็นของฝาก แต่เราอยากให้ผลิตภัณฑ์ของ “แวดเวียง” เป็นตัวแทนของแนวคิด Slow Travel in Phayao ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ ความละเอียด และความรักในบ้านเกิด ที่ส่งผ่านลวดลาย อัตลักษณ์พะเยา เพื่อให้ทุกครั้งที่เขาหยิบมาสวมใส่ เขาจะนึกถึงความสงบของกว๊านพะเยาเสมอ”


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
  • วิสาหกิจชุมชนแวดเวียง
  • โทรศัพท์: 083-809 9509 
  • อีเมล: [email protected]
  • Facebook Page: แวดเวียง - Around the VIENG
ขอขอบคุณ
ข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ.2568 ข้อมูล ณ วันที่ 19 มกราคม 2569

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
นางสาวพิชญาภา  ศิริรัตน์
นักพัฒนานวัตกรรม
ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่ NIA